นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส เปิดเผยว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีดิจิทัลได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิตประจำวันของเราในทุกๆ ด้านอย่างสิ้นเชิง และไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ที่เรียกกันว่า ดิจิทัล ดิสรัปชั่น จึงจำเป็นต้องมีความตื่นตัว และเตรียมพร้อมรับมือสิ่งที่เข้ามาใหม่ๆ สิ่งสำคัญที่ ทุกคนต้องมีคือทักษะความเข้าใจและความสามารถใช้เทคโนโลยีดิจิทัลได้ เพื่อให้เกิดประโยชน์ในด้านต่างๆ ของการดำเนินชีวิตและการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและเท่าทันโลกที่เปลี่ยนแปลงไป
ทั้งนี้ เอไอเอส มีเจตนารมณ์ในการนำเทคโนโลยีดิจิทัล มาร่วมสร้างประโยชน์และคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่สังคมและประเทศชาติ โดยเฉพาะใน 4 ด้านหลักที่เป็นหัวใจสำคัญของประเทศ คือ การศึกษา การเกษตร สาธารณสุข และการพัฒนาส่งเสริมธุรกิจสตาร์ทอัพ ภายใต้แนวคิด ดิจิทัลฟอร์ไทย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยและขับเคลื่อนประเทศไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วอันเกิดจากเทคโนโลยีดิจิทัลนี้
หน่วยงานบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ และเครือข่ายอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) นับเป็นรากฐานที่สำคัญที่จะทำให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดี เพราะการมีคุณภาพชีวิตที่ดีมาจากการมีสุขภาพกาย และสุขภาพจิตที่ดีก่อนเป็นลำดับแรก นั่นคือ ประชาชนจะต้องสามารถเข้าถึงข้อมูลสุขภาพและบริการสุขภาพได้ มีความรู้ความเข้าใจ สามารถจัดการตนเองได้ ตลอดจนต้องมีความรู้เท่าทันสื่อ ดังนั้น บุคลากรด้านสาธารณสุขชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อสม. ซึ่งเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงและเป็นผู้ขับเคลื่อนที่สำคัญระหว่างบริการภาครัฐและการเข้าถึงบริการของภาคประชาชนในแต่ละชุมชน จึงจำเป็นที่ อสม. จะต้องมีความพร้อมทั้งทักษะและความสามารถในการใช้เทคโนโลยีในโลกยุคดิจิทัล

เอไอเอส จึงเป็นส่วนหนึ่งในการเตรียมความพร้อมให้คนไทย รวมถึง อสม. ให้มีทักษะและความสามารถในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล โดยผ่าน “แอพพลิเคชัน อสม.ออนไลน์” ซึ่งเป็นนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อสังคม สำหรับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขชุมชนและ อสม. ในการขับเคลื่อนงานสาธารณสุขชุมชนให้เป็นเชิงรุก และหวังว่า อสม.ออนไลน์ จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างการเรียนรู้ ความเข้าใจ และทักษะเรื่องการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้แก่ อสม. เพื่อให้มีความรอบรู้ด้านสุขภาพ และสามารถถ่ายทอดความรู้สู่ประชาชนให้เกิดเป็นความรอบรู้ด้านสุขภาพของชุมชนได้
“มั่นใจว่า อสม. ทุกคนมีความพร้อม และมีความมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพของชุมชนที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็น และมีความรอบรู้ด้านสุขภาพสมกับเป็น อสม. 4.0 อีกทั้ง ขอชื่นชมและแสดงความยินดีแก่หน่วยบริการสุขภาพและ อสม. ทั้ง 93 แห่งที่ได้รับรางวัลจากการเข้าร่วมโครงการประกวดการใช้งานแอพพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ ในปีที่ 2 นี้ ซึ่งหวังว่า รางวัลนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่เราจะก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ไปด้วยกัน” นายสมชัย กล่าว
นอกจากนี้ เอไอเอส ยังมุ่งมั่นที่จะพัฒนาแอพพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้งานสาธารณสุขเป็นเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง โดยได้ทำการเชื่อมต่อ อสม.ออนไลน์ กับแอพพลิเคชัน สมาร์ท อสม. ของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เพื่อให้ อสม. สามารถเข้าถึงข้อมูลองค์ความรู้ด้านสุขภาพที่ถูกต้อง และเชื่อถือได้จากกระทรวงสาธารณสุขโดยตรง และเร็วๆ นี้ จะมีการเปิดให้หน่วยงานในระดับบริหารจัดการ คือ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ (สสอ.) และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) สามารถใช้งานแอพพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ ได้ด้วย ซึ่งจะเป็นการเชื่อมต่อข้อมูลในแต่ละระดับ ตั้งแต่ระดับตำบล อำเภอ และจังหวัดเข้าด้วยกัน พร้อมทั้งจะร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขในการส่งเสริมการทำงานของ อสม. และหน่วยงานสาธารณสุขในทุกระดับให้สามารถนำแอพพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ ไปใช้ประโยชน์ต่อการจัดบริการสุขภาพที่เหมาะสมกับประชาชนแบบเชิงรุกอย่างแท้จริงเพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดี และระบบสุขภาพยั่งยืน
น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า โลกทุกวันนี้เข้าสู่การเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคดิจิทัล ซึ่งส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทุกภาคส่วน ประเทศไทยโดยกระทรวงดีอี มีบทบาทในการทำความเข้าใจและศึกษาสถานการณ์เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างรอบด้าน กำหนดนโยบายบนฐานความรู้ และเลือกดำเนินนโยบายที่เหมาะสม เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่ทุกภาคส่วนในประเทศ ตามแผนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมด้วยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลของกระทรวงดีอี สิ่งสำคัญที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมให้ความสำคัญตลอดมานั่นคือ การนำเทคโนโลยีไปพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างทั่วถึง เท่าเทียมและเป็นธรรม โดยหนึ่งในนั้นคือการนำเทคโนโลยีดิจิทัลต่างๆ เข้ามาช่วยส่งเสริมให้เกิดการมีสุขภาพที่ดีของประชาชน

น.อ.สมศักดิ์ กล่าวว่า แอพพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ ถือเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยเตรียมความพร้อมให้สังคมไทย พร้อมที่เปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคดิจิทัลได้อย่างมั่นคง เพราะ อสม.ออนไลน์ช่วยส่งเสริมทักษะในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้แก่ อสม. ที่มีมากกว่าหนึ่งล้านคนทั่วประเทศ อีกทั้งช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานในการดูแลสุขภาพของประชาชน ให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
“แอพพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ นับเป็นนิมิตรหมายอันดีสำหรับประเทศไทย ที่ภาคเอกชนอย่างเอไอเอสให้ความสำคัญและเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศให้ก้าวไปข้างหน้าตามแนวทางประชารัฐ โดยมีเป้าหมายร่วมกัน คือ เศรษฐกิจและสังคมไทยมั่นคงและยั่งยืน” น.อ.สมศักดิ์ กล่าว

นพ.กิตติศักดิ์ กลับดี ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ตามที่แผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ซึ่งเป็นรากฐานของระบบสุขภาพในระยะ 5 ปี ได้กำหนดเป้าหมายให้ประชาชนไทยมีความรอบรู้สุขภาพ การยกระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพของประชาชน จึงถือเป็นการวางรางฐานที่สำคัญให้กับคนไทยทุกคน เพื่อการมีสุขภาพที่ดีสมวัยในทุกช่วงชีวิต และความรอบรู้ด้านสุขภาพถือเป็นตัวช่วยที่สำคัญที่จะทำให้ประชาชนไทยรู้เท่าทันสถานการณ์ ข้อมูลข่าวสาร และสุขภาพของตนเอง ด้วยการกลั่นกรอง ประเมิน และตัดสินใจ ที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เลือกใช้บริการและผลิตภัณฑ์สุขภาพได้อย่างเหมาะสม โดยอาศัยข้อมูลความรู้ด้านสุขภาพ และบริการสุขภาพ จากหลายช่องทางจนสามารถตัดสินใจจัดการสุขภาพของตนเองและครอบครัวได้อย่างเหมาะสม ดังนั้นช่องทางในการนำข่าวสารหรือความรู้ต่างๆจากหน่วยงานภาครัฐไปสู่ประชาชนจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบัน
“แอพพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ ถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญที่เข้ามาช่วยทำให้ อสม. สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ด้านสุขภาพที่ถูกต้อง เชื่อถือได้ และเหมาะสมกับบริบทอีกทางหนึ่ง และนอกจากนี้ยังช่วยให้การทำงานระหว่าง อสม. และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในหน่วยบริการสุขภาพเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเกิดการบูรณาการในการเอานำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ดูแลสุขภาพประชาชนไทยให้มีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน ช่วยลดภาระงานของเจ้าหน้าที่และเกิดการสร้างระบบสุขภาพที่ยั่งยืนต่อไป”นพ.กิตติศักดิ์ กล่าว
เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว


