นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ว่า ในช่วง 2-3 วันนี้ ปัญหาฝุ่นละอองอยู่ในขั้นวิกฤต กระทรวงคมนาคม จึงมีการเน้นย้ำในหลายมาตรการ ทั้งในส่วนของการเคลียร์พื้นที่ก่อสร้าง และการตรวจวัดค่าควันดำจากท่อไอเสียรถประจำทาง (ขสมก.) ซึ่งจากการสุ่มตรวจสอบ ไม่พบรถโดยสารประจำทาง ขสมก. ที่มีค่าควันดำเกินมาตรฐาน แต่อย่างไรก็ตาม การสุ่มตรวจสอบดังกล่าว เป็นการตรวจสอบรถโดยสารที่จอดอยู่ภายในอู่ (รถเปล่า) ซึ่งไม่ได้อยู่ระหว่างการใช้งาน อาจทำให้ไม่เห็นควันดำที่ชัดเจน แต่เมื่อมีการนำรถโดยสารออกไปใช้งาน ทั้งการที่ต้องแบกรับน้ำหนักเพิ่มขึ้น อีกทั้ง การเร่งเครื่องยนต์ อาจทำให้รถโดยสารมีควันดำจากท่อไอเสียเพิ่มขึ้น จึงต้องมีการตรวจวัดค่าควันดำอย่างต่อเนื่อง
นายอาคม กล่าวว่า รถโดยสารประจำทาง ขสมก. มีอายุการใช้งานมากว่า 20 ปีแล้ว หากจะกำชับให้ไม่มีควันดำจากท่อไอเสียเกิดขึ้นเลย คงทำได้ยาก แต่อย่างไรก็ตาม กระทรวงคมนาคม ก็จะพยายามดำเนินการ เพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองนี้อย่างดีที่สุด โดยจะตรวจสอบ 4 ส่วน ของรถโดยสารประจำทาง ขสมก. ได้แก่ 1.ไส้กรองอากาศ 2.ไส้กรอกน้ำมัน 3.ไส้กรอกน้ำมันเครื่อง และ 4.ทำความสะอาดหัวฉีด อีกทั้ง เน้นย้ำให้พนักงานขับรถโดยสาร ออกตัวด้วยเกียร์ 1 ซึ่งจะช่วยลดปัญหาควันดำได้ส่วนหนึ่ง
“ตามข้อกฎหมาย หากตรวจพบรถที่มีควันดำเกินค่ามาตรฐาน สามารถออกคำสั่งห้ามวิ่งได้ทันที โดยเฉพาะรถโดยสาร และรถบรรทุก จะต้องมีการตรวจตราอย่างเข้มข้น ฉะนั้น จึงขอความร่วมมือทุกฝ่าย ทุกคน ในการช่วยกันแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองนี้ เพื่อให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว” นายอาคม กล่าว
เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว


