หน้าแรก เศรษฐกิจ บล.กสิกรไทย ป...

บล.กสิกรไทย ปรับลดกำไรกลุ่มพลังง-ปิโตรฯ เหตุน้ำมันขาลง รง.ปิดซ่อมใหญ่

31.01.19 | 20:37 น.

นายจักรพงศ์ เชวงศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์(บล.) กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ได้ปรับลดประมาณการกำไรของกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีในปี 2562 ลงเหลือ 1.88 แสนล้านบาท ลดลงจำนวน 31,000 ล้านบาท หรือประมาณ 15% ซึ่งจะมีผลกระทบต่อกำไรของตลาด 5% จากปกติจะมีกำไรสุทธิรวม 1.57 แสนล้านบาท ซึ่งมีปัจจัยหลักมาจากราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลง ทำให้กระทบต่อกำไรของกลุ่มอุตสาหกรรมเหล่านี้ ในส่วนของแผน PDP (กำลังการผลิตไฟฟ้า) ฉบับใหม่ ต้องการผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ (ไอพีพี) มากกว่าแผนฉบับเดิม ซึ่งมีหุ้นที่ได้รับประโยชน์ 2 บริษัทคือ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง (RATCH) มี โรงไฟฟ้า 2 โรง ขนาดกำลังการผลิต 700 เมกะวัตต์เท่ากัน ในปีนี้จะหมดอายุลง 1 โรง คาดว่ารัฐจะใช้เวลาในการเจรจา เพราะการก่อสร้างใหม่ไม่ทัน เนื่องจากต้องใช้เวลาก่อสร้างถึง 3 ปี ส่วนโรงไฟฟ้าแห่งที่ 2 จะหมดอายุในปี 2566 ซึ่งมีโอกาสในการเจรจาหรือเปิดประมูลได้ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) (EGCO) โดยภาครัฐมีนโยบายสร้างโรงไฟฟ้าที่ภาคใต้ จังหวัดกระบี่ และอำเภอเทพา จังหวัดสงขลา

นายจักรพงศ์ กล่าวว่า นอกจากนี้มีบริษัทหลายแห่งมีแผนหยุดโรงงานเพื่อซ่อมบำรุงใหญ่ อาทิ บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) ในช่วงไตรมาส 1 หยุดซ่อมโรงงานแหล่งบงกช นาน 45 วัน แหล่งซองกา 1 สัปดาห์ และไตรมาส 3 หยุดที่แหล่งบงกชและอาทิตย์ ส่วนบริษัทไทยออยล์(TOP) TOP หยุดซ่อม 30-40 วัน บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง (SPRC) หยุดซ่อมในไตรมาส 4 และบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล( PTTGC) หยุด 52 วัน เป็นปัจจัยสำคัญทำให้กำไรลดลง ฝ่ายวิจัยได้ปรับลดน้ำหนักหุ้น PTTEP และ PTTGC ตามราคาน้ำมัน คาดว่ากำไรทั้งสองบริษัท จะลดลง 20-25% จากปีก่อน

“หุ้นที่น่าสนใจ คือ บริษัทบ้านปู (BANPU) เพราะมูลค่าหุ้นถูก เมื่อพิจารณาจากปัจจัยรวม ให้ราคาเป้าหมายที่ 18.50 บาท เพราะจีนยังมีความต้องการซื้อถ่านหินเพิ่มขึ้น แต่จะลดลงในปีหน้า นอกจากนี้ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ (BGRIM) ได้รับผลดีจากการต่ออายุโรงไฟฟ้า SPP รวมถึงต้นทุนพลังงานลดลง และมีลูกค้า 1 ใน 3 เป็นโรงงานอุตสาหกรรม น่าจะปรับเพิ่มราคาขายเฉลี่ยขึ้นตามการปรับขึ้นค่า Ft ของกกพ.” นายจักรพงศ์ กล่าว

นายภาสกร ลินมณีโชติ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดในปีนี้ค่อนข้างดีกว่าปี 2561 เนื่องจากปัจจัยกังวลต่อเนื่องมีท่าทีคลี่คลายหลายเรื่อง การขึ้นดอกเบี้ยจะทำได้ยากในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ จึงมองอัตราดอกเบี้ยเงินเฟ้อต่ำกว่า 1% รวมถึงสงครามการค้ามีการเจรจากันอีกครั้ง หลังจากรอบแรกเป็นไปได้ด้วยดี คาดว่าผลการเจรจาเป็นไปได้ 5 รูปแบบคือ 1.เลิกทะเลาะกัน 2.ค่อยๆ เลิกพึ่งพากันและหันหน้าออกจากกัน 3.เกิดการยืดเยื้อมากกว่าครั้งแรก 4.เข้าสู่ภาวะวิกฤติที่สุด 5.กลับไปสู่จุดเริ่มต้นทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำให้เชื่อว่าครึ่งแรกปี 2562 อาจจะมีโอกาสดีกว่าครึ่งปีหลัง เนื่องจากมีการคลายตัวของปัจจัยที่สร้างความกังวลต่อเนื่อง จึงตั้งเป้าหมายดัชนีตลาดหุ้นล่วงหน้า 12 เดือนอยู่ที่ 1,750 จุด