หน้าแรก เศรษฐกิจ ฝนหลวงหวังผลป...

ฝนหลวงหวังผลปฏิบัติการลดปริมาณฝุ่นละอองทั้งฝั่งตะวันออก-ตกกรุงเทพ

1.02.19 | 14:19 น.

ฝนหลวงระดมปฏิบัติการก่อเมฆให้มีปริมาณมากที่สุด หวังให้ความชื้นจากเม็ดน้ำในอากาศเกาะฝุ่นละอองที่เป็นอนุภาคแขวนลอย ขึ้นบิน 2 หน่วย ให้มีฝนตกทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตกกรุงเทพ

นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตรกล่าวว่า ผลการตรวจสภาพอากาศวันนี้ที่สถานีตรวจอากาศสัตหีบ จังหวัดชลบุรีพบว่า ความชื้นสัมพัทธ์ในระดับการก่อเมฆอยู่ที่ร้อยละ 60 อยู่ในเกณฑ์ที่จะปฏิบัติการขั้นก่อกวนหรือทำให้เมฆก่อตัว ค่าดัชนากรยกตัวของอากาศอยู่ที่ -2.1 ซึ่งเป็นระดับที่มีประสิทธิภาพในการที่เมฆจะพัฒนาตัวตามแนวตั้ง หน่วยฝนหลวงเคลื่อนที่เร็จจังหวัดระยองจึงตัดสินใจขึ้นบินปฏิบัติการโปรยสารฝนหลวงจากทิศเหนือของอำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทราเป็นแนวเส้นตรงไปถึงอำเภอองค์รักษ์ จังหวัดนครนายก ทั้งนี้หากเมฆพัฒนาตัวดี แล้วตกเป็นฝนสู่พื้นที่เป้าหมายคือ กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกและสมุทรปราการจะช่วยลดฝุ่นละอองขนาดเล็กได้มาก แต่เนื่องจากความชื้นสัมพันธ์ในอากาศระดับการพัฒนาตัวอของเมฆลดลงเหลือร้อยละ 38 จึงตั้งเป้าหมายว่า ให้ก่อเมฆได้มากที่สุด เพื่อให้เม็ดน้ำในก้อนเมฆมาเกาะฝุ่นละอองที่ฟุ้งอยู่ในบรรยากาศ โดยผลจากเรดาร์ตรวจอากาศเย็นวานนี้พบว่า หลังจากปฏิบัติการก่อเมฆ แล้วกระแสลมพัดพาเข้าสู่กรุงเทพมหานครแล้ว ปริมาณฝุ่นละอองที่ตรวจวัดได้ในพื้นที่ที่มีเมฆมากนั้นลดลงจากในช่วงเช้า

สำหรับที่สถานีเรดาร์อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ตรวจวัดความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศอยู่ที่ร้อยละ 56 ค่าดัชนีการยกตัวของมวลอากาศอยู่ที่ 5.4 ซึ่งไม่เอื้อต่อการก่อเมฆ โดยหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงนครสวรรค์นี้รับผิดชอบการลดฝุ่นละอองในจังหวัดนครสวรรค์ พระนครศรีอยุธยา และสระบุรี ซึ่งช่วงเช้ายังไม่ขึ้นปฏิบัติการ แต่จะติดตามตรวจสอบสภาพอากาศตลอดทั้งวัน

ส่วนที่สถานีเรดาร์เคลื่อนที่อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ตรวจวัดค่าความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศอยู่ที่ร้อยละ 58 ซึ่งใกล้เคียงเกณฑ์ที่ตั้งไว้คือ ร้อยละ 60 ค่าดัชนีการยกตัวของมวลอากาศอยู่ที่ -3 อยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงนครสวรรค์จึงตัดสินใจบินปฏิบัติการสร้างแกนเมฆบริเวณทางทิศเหนืออำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐมไปยังอำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี โดยหวังผลให้เกิดเมฆฝนในจังหวัดราชบุรี นครปฐม แล้วให้กระแสลมพัดพาเข้าสู่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตกหรือฝั่งธนบุรี

นายสุรสีห์กล่าวเพิ่มเติมว่า สภาพอากาศในฤดูหนาวนั้น มีความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศต่ำ ประกอบกับมีบริเวณความกดอากาศสูงจากจีนแผ่ลงมาปกคลุม ทำให้อากาศอุ่นซึ่งอยู่ด้านล่าง ไม่สามารถพัดขึ้นไปได้ ดังนั้นฝุ่นละอองขนาดเล็กจึงฟุ้งกระจาย ไม่ลอยสู่บรรยากาศชั้นบน ทั้งนี้กรมฝนหลวงคาดหวังว่า แม้สภาพอากาศจะไม่เอื้ออำนวยถึงขั้นทำให้เมฆกลั่นตัวตกลงมาเป็นฝน แต่กปฏิบัติการสร้างเมฆ ให้มีกลุ่มเมฆมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จะช่วยให้เม็ดน้ำในอากาศมาจับตัวกับฝุ่นที่แขวนลอยอยู่ แล้วทำให้ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพน้อยลง

“ขณะนี้กรมฝนหลวงกำลังทำวิจัยผลิตสารฝนหลวงชนิดใหม่ๆ ขึ้นเพื่อให้สามารถใช้ปฏิบัติการได้ แม้ในสภาพที่มีความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศต่ำ สารฝนหลวงที่พัฒนาขึ้นใหม่นี้มีศักยภาพดูดความชื้นได้เป็นอย่างดี โอกาสที่จะทำฝนหลวงในสภาพอากาศที่ความชื้นสัมพัทธ์ต่ำจะเป็นไปได้มากขึ้น” นายสุรสีห์กล่าว

Advertisement