นายธนพงษ์ จิราพาณิชกุล กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่ บริษัท ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ได้มีการปรับโครงสร้างราคาสินค้าแบรนด์ “แพนดอร่า” (PANDORA) โดยลดลง 10% ทุกรายการ เพื่อให้ลูกค้าทุกประเทศสามารถเข้าถึงและตัดสินใจซื้อสินค้าได้ทันที ซึ่งการปรับลดราคาสินค้าเริ่มทำให้เห็นยอดขายเพิ่มขึ้น โดยในปีนี้ตั้งเป้ายอดขายเติบโตจากปี 2561 ประมาณ 17% ซึ่งมียอดขายประมาณ 1,500 ล้านบาท หรือยอดขายปีนี้จะอยู่ประมาณ 1,850 ล้านบาท และคาดว่าแพนดอร่ายังเป็นแบรนด์หลักในการสร้างรายได้ให้กับบริษัท โดยมีสัดส่วนอยู่ที่ 50% ปรับลดลงจากปี 2561 ที่ 60%
“ปีนี้ได้วางกลยุทธ์ในการดำเนินงาน โดยมุ่งเน้นการบริการลูกค้าที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ไม่เน้นจัดโปรโมชั่นลดราคาสินค้าอย่างเดียว แต่จะมีการเพิ่มความพิเศษ เพื่อให้ลูกค้าได้รับสิ่งตอบแทนที่พิเศษมากกว่าสินค้าที่ลดราคาเท่านั้น ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้เกิดการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนโดยจะให้ความสำคัญกับลูกค้าในประเทศเพิ่มขึ้น โดยกลุ่มลูกค้าของแพนดอร่าจะเป็นคนไทย 85% และต่างชาติ 15%”นายธนพงษ์กล่าวและว่าในปีนี้จะเร่งยกระดับมาตรฐานการบริการลูกค้าที่ถือเป็นจุดแข็งของบริษัท โดยจะมีการวัดผลด้วยการจัดทำแบบสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าเป็นประจำทุกปี การมอบสิทธิประโยชน์จากการเป็นสมาชิกของธนจิราการ์ด ที่ได้มีการปรับปรุงระบบใหม่ทั้งหมดตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา จะพร้อมใช้งานอย่างเต็มรูปแบบในวันที่ 1 เมษายน 2562
นายธนพงษ์กล่าวว่า บริษัทได้ตั้งงบประมาณเพื่อขยายสาขาวงเงิน 100 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นงบปรับปรุงสาขาเดิม 6 สาขา และขยายสาขาใหม่ 4 สาขา จากปัจจุบันมีสาขาทั่งประเทศ 80 สาขา นอกจากนี้จะมีการออกคอลเลคชั่นใหม่กว่า 10 รูปแบบต่อปี เพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้าให้สนใจสินค้าอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังวางแผนในการจัดโปรโมชั่นต่อเนื่องทุกเดือน เพื่อให้ลูกค้าได้รับความพิเศษมากขึ้น
“เชื่อว่าปีนี้จะเป็นปีที่เหนื่อยมากอีกปี เพราะมีปัจจัยที่เป็นปัญหาเข้ามาตลอด อาทิ เรื่องฝุ่น ที่ทำให้คนไม่ค่อยมาเดินห้างสรรพสินค้า ก็ต้องหาวิธีแก้ไข อีกเรื่องคือ นักท่องเที่ยวจีนที่เป็นกลุ่มลูกค้าหลักใน 15% ของชาวต่างชาติ ยังไม่กลับมา ถึงแม้ภาครัฐจะบอกว่ากลับมาแล้ว แต่เรายังไม่เห็นความชัดเจนในส่วนนี้ รวมถึงในช่วงเทศกาลตรุษจีนหรือวันวาเลนไทน์ที่จะมาถึงนี้ ก็ยังไม่มีสัญญาณที่ดีเกิดขึ้น หากเทียบกับปี 2561 ที่ช่วงไตรมาส 1 เป็นช่วงที่ดีที่สุด เพราะลูกค้าซื้อสินค้ามากที่สุดในช่วงนี้” นายธนพงษ์ กล่าว

