“CMC”ลุยอสังหาฯ เปิด 3 แบรนด์ใหม่ผุด 5 โครงการจับคนรุ่นใหม่ นักศึกษา มั่นใจโต 50%

1.02.19 | 16:31 น.

นายแพทย์วิเชียร แพทยานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เจ้าพระยามหานคร (CMC) กล่าวว่า บริษัทได้ปรับแผนธุรกิจเพื่อรองรับสภาพเศรษฐกิจและตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน ทั้งนี้ได้เตรียมเปิดตัวแบรนด์คอนโดมิเนียมใหม่พร้อมกัน 3 แบรนด์ ภายในครึ่งปีแรกปีนี้ มูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท ได้แก่ CUVEE, CLEV และ CYBIQ พร้อมการออกแบบภายใต้แนวคิดใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ตอบโจทย์และสะท้อนไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ให้ชัดเจนขึ้น แต่ยังคงเน้นการพัฒนาโครงการที่สมบูรณ์แบบ คุ้มค่า ในทำเลที่โดดเด่น รวมถึงมีแผนเปิดกลยุทธ์ใหม่ “Campus Condo” ในทำเลใกล้กับมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ คือ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC) สถาบันราชภัฏจันทรเกษม และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เจาะกลุ่มเป้าหมายนักลงทุนเพื่อปล่อยเช่าให้กับนักศึกษาและกลุ่มครอบครัวนักศึกษา

นายแพทย์วิเชียร กล่าวว่า บริษัทมั่นใจในแผนธุรกิจดังกล่าวจะทำให้ผลการดำเนินงานของบริษัทเติบโตได้ตามเป้าหมาย สร้างผลตอบแทนในรูปเงินปันผลที่คุ้มค่าให้แก่นักลงทุนได้อย่างแน่นอน โดยในครึ่งปีแรกของปีนี้ มีแผนเตรียมเปิดตัว 5 โครงการใหม่ มูลค่ารวมมากกว่า 4,000 ล้านบาท ได้แก่ CLEV วงศ์สว่าง เป็นโครงการ high rise 615 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,600 ล้านบาท CUVEE ติวานนท์ โครงการ high rise 422 ยูนิต ที่เน้นสมาร์ทเทคโนโลยีและดิจิทัลไลฟ์สไตล์ มูลค่าโครงการ 1,500 ล้านบาท

CYBIQ รามคำแหงแคมปัส โครงการ low rise 126 ยูนิต มูลค่าโครงการ 270 ล้านบาท อยู่ใกล้มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC) และมหาวิทยาลัยรามคำแหง และCYBIQ รัชดา-จันทรเกษมแคมปัส โครงการ low rise 329 ยูนิต มูลค่าโครงการ 600 ล้านบาท ตั้งอยู่ใกล้กับสถาบันราชภัฏจันทรเกษม และโครงการทาวน์โฮม Kasa Deva มูลค่าโครงการรวม 80 ล้านบาท เน้นเจาะกลุ่มฐานลูกค้าเดิมของบริษัทฯที่มีความต้องการ ทาวน์โฮม หรือ โฮมออฟฟิศ

นายแพทย์วิเชียร กล่าวว่า ตั้งเป้าผลประกอบการปีนี้เติบโตที่ 50% โดยมาจากการรับรู้รายได้ของโครงการที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่ 2,200 ล้านบาท โครงการใหม่ที่พร้อมจะโอนได้ภายในปีนี้อีก 500 ล้านบาท และรายได้จากงานรับเหมาก่อสร้างและอื่นๆ ภายใต้บริษัทย่อย 300 ล้านบาท ขณะที่บริษัทฯ มีภาระหนี้สินลดลงจากการชำระคืนเงินกู้บางส่วนจากเงินที่ระดมทุนได้ ทำให้ในปีนี้บริษัทจะสามารถลดต้นทุนทางการเงินลงได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยล่าสุดอัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IBD/E) ลดลงเหลือเพียง 0.9 เท่า

“บริษัทมีแผนรุกธุรกิจให้บริการงานรับเหมาก่อสร้างภายใต้การบริหารงานของบริษัทลูก เน้นเข้าร่วมประมูลงานจากภาครัฐ และตั้งเป้าภายในปีนี้จะรับงานได้ไม่น้อย 1,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันมีงานในมือ (backlog) แล้ว 200 ล้านบาท”

Advertisement