นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ธปท. เปิดเสรีการประกอบธุรกิจโอนเงินระหว่างประเทศมากขึ้น โดยได้ ผ่อนคลายคุณสมบัติของผู้ประกอบการจากเดิมคนไทยต้องมีสัดส่วนถือหุ้น 3 ใน 4 เหลือ 1 ใน 4 เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบธุรกิจรายใหม่ ๆ สามารถเข้ามาให้บริการได้มากขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดการแข่งขันที่มากขึ้น และจะช่วยลดค่าธรรมเนียม(ค่าฟี) โดยรวมลง โดยปัจจุบันผู้ให้บริการมีจำกัด การโอนเงินต้องทำผ่านธนาคารพาณิชย์ต่างๆ หรือตัวแทนโอนเงินระหว่างประเทศ (มันนี่ ทรานเฟอร์ เอเย่นต์) ที่เพียง 5 รายเท่านั้น ทำให้ค่าฟีการโอนเงินของไทยไปยังบางประเทศผ่านธนาคารพาณิชย์และตัวแทนโอนเงินอาจสูงถึง 10% ซึ่งสูงกว่าหลายประเทศในภูมิภาค โดยการโอนเงิน 500 ดอลลาร์สหรัฐออกนอกประเทศ ค่าเฉลี่ยค่าฟีทั่วโลกอยู่ที่ 4.6% ขณะที่อินเดียอยูามนระดับต่ำเพียง 1.2% ด้านมาเลเซีย 3.0% และสิงคโปร์ 3.2%
นายวิรไท กล่าวว่า การประกอบธุรกิจโอนเงินระหว่างประเทศจำเป็นต้องอาศัยเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ การเปิดให้ผู้ประกอบธุรกิจรายใหม่ที่มีเครือข่ายที่ครอบคลุมในหลายประเทศจะช่วยให้เกิดการแข่งขันและ มีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาให้บริการ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อคนไทยโดยรวม การเปิดเสรีการประกอบธุรกิจโอนเงินระหว่างประเทศในครั้งนี้จะช่วยให้ประชาชนรายย่อย เช่น คนไทยที่ทำงานในต่างประเทศที่ต้องส่งเงินกลับให้ครอบครัว แรงงานต่างด้าวในไทยที่ต้องส่งเงินกลับ ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) ด้านท่องเที่ยว โรงแรม หรือเอสเอ็มอีที่ค้าขายผ่านช่องทางออนไลน์(อี-คอมเมิร์ซ) รวมทั้งผู้ที่ค้าขายตาม แนวชายแดน มีต้นทุนการโอนเงินและการทาธุรกิจที่ถูกลง รวมทั้งจะส่งเสริมให้การค้าชายแดนของประเทศ มีความคล่องตัวและเติบโตมากขึ้น นอกจากนี้ ธปท. ได้ผ่อนคลายหลักเกณฑ์เพิ่มเติมเพื่ออำนวยความสะดวกสาหรับ การโอนเงินระหว่างประเทศผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยผู้ใช้บริการไม่ต้องมาแสดงตน ณ สถานประกอบการ ซึ่งจะทำให้การทำธุรกรรมสะดวก คล่องตัว ตอบโจทย์ผู้ใช้บริการมากยิ่งขึ้น
เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว


