เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า กรมฝนหลวงฯ ได้มีการติดตามสภาพอากาศเพื่อวางแผน การปฏิบัติการฝนหลวงสลายฝุ่นละอองในอากาศ PM2.5 บริเวณกรุงเทพฯและปริมณฑล ประจำวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 จำนวน 3 สถานี ได้แก่ สถานีเรดาร์ฝนหลวงสัตหีบ จ.ระยอง สถานีเรดาร์ฝนหลวงตาคลี จ.นครสวรรค์ และสถานีเรดาร์โพธาราม จ.ราชบุรี โดยผลการตรวจอากาศของ สถานีเรดาร์ฝนหลวงสัตหีบ จ.ระยอง มีความชื้นที่ระดับ การเกิดเมฆ 71% ความชื้นที่ระดับการพัฒนาตัวของเมฆ 66% และค่าดัชนีการยกตัวของอากาศ -2.8 ซึ่งมีแนวโน้มในการพัฒนาตัวของเมฆได้ดี
“ในวันนี้หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเคลื่อนที่เร็ว จ.ระยอง ได้วางแผนการขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวง เมื่อเวลา 10.30 น. บริเวณ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ถึง อ.องครักษ์ จ.นครนายก ส่วนอีก 2 สถานี คือ สถานีเรดาร์ฝนหลวงตาคลี จ.นครสวรรค์ และสถานีเรดาร์โพธาราม จ.ราชบุรี มีการพัฒนาตัวของเมฆไม่ค่อยดี ซึ่งกรมฝนหลวงฯ จะติดตามสภาพอากาศอย่างต่อเนื่องในระหว่างวันต่อไป หากมีความชื้นสัมพัทธ์ที่เหมาะสม หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเคลื่อนที่เร็วจังหวัดนครสวรรค์ ก็จะขึ้นบินปฏิบัติการเพื่อช่วยเหลือบริเวณพื้นที่ตำบลหน้าพระลาน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี” นายสุรสีห์กล่าว
นายสุรสีห์กล่าวว่า นอกจากนี้ กรมฝนหลวงฯ มีงานวิจัยศึกษาสภาพอากาศใต้ฐานเมฆว่ามีอิทธิพลต่อการเกิดฝนเป็นอย่างไร โดยใช้เครื่องบิน ซุปเปอร์ คิงส์ แอร์ ซึ่งระหว่างวันที่ 2-3 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมา ได้มีการบินเก็บข้อมูลในบริเวณท้องฟ้าโปร่งและบริเวณมีเมฆ ตรวจวัดค่าอนุภาคละอองลอยในอากาศ หรือค่าฝุ่นละออง 1-3 ไมครอน ในระดับใต้ฐานเมฆ 4,000-5,000 ฟุต ระดับกลางของเมฆ 6,000 ฟุต และระดับเหนือเมฆ 8,000 ฟุต มีผลการตรวจสภาพอากาศ ซึ่งแสดงถึงค่าอนุภาคละอองลอย หรือค่าฝุ่นละอองบริเวณที่มีเมฆ มีค่าน้อยกว่าบริเวณท้องฟ้าโปร่ง ดังนั้น ถึงแม้ในการปฏิบัติการ ฝนหลวงโดยการก่อเมฆไม่พัฒนาตัวตามกลไกธรรมชาติเป็นฝนได้ แต่มีปริมาณเมฆมากๆ ก็จะสามารถช่วยดูดซับฝุ่นละอองในอากาศ ไปได้ระดับหนึ่ง และทางกรมฝนหลวงฯ ยังคงติดตามสถานการณ์และสภาพอากาศ เพื่อดูการพัฒนาตัวของเมฆวางแผนการปฏิบัติการช่วยเหลือพื้นที่บริเวณกรุงเทพฯและปริมณฑลต่อไป


