นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.)กล่าวถึงผลการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน3สถาบัน(กกร.) ประกอบด้วย ส.อ.ท. สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย ประจำเดือนกุมภาพันธ์ โรงแรมเรเนซองส์ ว่า กกร.ได้หารือถึงสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ที่พบว่าสาเหตุหลัก52% มาจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ของเครื่องยนต์ดีเซล 35%มาจากการเผาในที่โล่งแจ้ง 8%มาจากฝุ่นทั่วไปและการก่อสร้าง 4%มาจากโรงงานอุตสาหกรรม และ1%มาจากดินบริเวณพื้นที่ดิน ดังนั้นเพื่อแก้สถานการณ์ดังกล่าว กกร.ขอเสนอแนะแนวทางการดำเนินงานเพิ่มเติมเพื่อลดปัญหาดังกล่าว ได้แก่ การให้ความรู้และคำแนะนำในการปฎิบัติตนเมื่อเข้าพื้นที่เสี่ยง ผ่านสื่อทุกชนิด เพื่อให้ประชาชนเข้าใจ เข้าถึงข้อมูลป้องกันฝุ่นละออง PM 2.5 โดยข้อมูลจะต้องออกจากแหล่งข้อมูลของรัฐบาลเพียงแหล่งเดียวเท่านั้น
นายสุพันธุ์กล่าวว่า นอกจากนี้ในมาตรการระยะสั้น ควรขอความร่วมมือภาครัฐ และภาคเอกชนในการมีมาตรการป้องกันและบรรเทาฝุ่นที่เหมาะสมในที่ก่อสร้าง ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล เช่นการสเปรย์น้ำ การล้างล้อรถขนวัสดุก่อสร้าง เพื่อลดการฟุ้งกระจายของฝุ่น และการทำความสะอาดสถานที่ก่อสร้างเป็นประจำ รวมทั้งควรขับเคลื่อนเรื่องการใช้ น้ำมันบี20 ในรถบรรทุก โดยมีส่วนต่างราคาที่เหมาะสม เพื่อไม่เป็นภาระการชดเชยที่มากเกินควรสำหรับภาครัฐ นอกจากนี้ควรผลักดันการใช้บี20 ในระยะยาวตามยุทธศาสตร์ปาล์มของประเทศ และผลักดันให้ภาครัฐมีนโยบายให้ใช้รถไฟฟ้า โดยกำหนดให้รถสาธารณะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า(อีวี) โดยภาครัฐควรสนับสนุนการยกเว้นภาษีนำเข้าและภาษีสรรพสามิต อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง

