หน้าแรก เศรษฐกิจ นักวิชาการชี้...

นักวิชาการชี้เศรษฐกิจโลกปัญหาเยอะ ส่งออกไทยปีนี้ โตได้ 3-4% ก็หรูแล้ว

7.02.19 | 17:32 น.

ที่โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ จัดงานสัมมนา “มองโลก มองไทย : ทิศทางการส่งออกปี 2562” โดยนายสมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระ กล่าวว่า การค้าของไทยได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง และสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน จึงมองว่าหากการส่งออกในปีนี้โตได้ 3-4% ก็ถือว่าเป็นตัวเลขที่ดีมากแล้ว เนื่องจากเชื่อว่าสงครามการค้าระหว่าง 2 ประเทศจะไม่จบลงง่ายๆ เพราะมีปัญหาเรื่องภูมิรัฐศาสตร์หรือการช่วงชิงความเป็นใหญ่ระหว่างกัน ทำให้ประเทศไทยต้องเตรียมตัวรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะความเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม มองว่าภาครัฐจะต้องทำงานให้หนักขึ้นในการเจาะตลาดใหม่ๆ และต้องรักษาตลาดเก่าให้มีอัตราการเติบโตให้มากขึ้น โดยหากประเทศไทยไม่ยอมปรับตัวเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงจะทำให้เกิดผลกระทบกับการค้าระหว่างประเทศทั้งในระยะสั้นและระยะยาวได้

นายสมชาย กล่าวว่า คาดว่าเศรษฐกิจจีนในปีนี้จะเติบโต 6.2% เนื่องจากจีนได้เปรียบดุลการค้าของสหรัฐ โดยเกินดุลมากถึง 382,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดสงครามการค้าขึ้น แต่ยังคาดว่าในเดือนมีนาคมนี้ จะมีการเจรจาทางการค้าระหว่าง 2 ประเทศเกิดขึ้น โดยประเทศไทยต้องทำความเข้าใจกับระบบการเมืองโลกรูปแบบใหม่ที่กำลังจะเข้ามา ซึ่งจะทำให้โลกเข้าสู่ยุคดิจิทัล และไทยต้องปรับตัวให้ทัน ซึ่งในอนาคตการค้าระหว่างประเทศภายใต้ระเบียบโลกใหม่ จะได้เห็นการขยายตัวของการค้าเสรี (เอฟทีเอ) แบบไม่จำกัดปริมาณ ที่ถึงแม้ว่าส่งออกได้มากแต่ก็อาจจะขาดทุนได้หากนำเข้ามามากเช่นเดียวกัน ทำให้ต้องมีการศึกษาถึงความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น ในขณะเดียวกันปัญหาภาวะโลกร้อนจะสร้างผลกระทบมหาศาลกับทุกประเทศ ทำให้สินค้าที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมจะเป็นที่ต้องการมากขึ้น และสินค้าที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจะถูกปฏิเสธ จึงต้องให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้มากกว่าเดิม

“ในฐานะที่ไทยได้เป็นประธานอาเซียนในปีนี้ ควรใช้เป็นโอกาสผลักดันให้เกิดประชาคมอาเซียน 2025 และความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาค (อาร์เซป) ให้เป็นรูปธรรม เพื่อเตรียมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นไปพร้อมๆ กัน และเพื่อทำให้ประเทศไทยมีความเข้มแข็งมากพอที่จะก้าวไปในความเปลี่ยนแปลงนี้ได้ เพราะสิ่งที่ยังเป็นห่วงอยู่คือ เทรนด์สินค้าใหม่ที่ไทยยังไม่มีความชำนาญและไม่มีความรู้เพียงพอ โดยเฉพาะเทคโนโลยีและสินค้าสุขภาพ ที่ปัจจุบันไทยนำปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอเข้ามาใช้ก็มีความรู้ความเข้าใจแค่พื้นฐานเท่านั้น ซึ่งจะทำให้ความสามารถในการแข่งขันของไทยลดลง”