“ปริญญ์” ชี้ปี62 การเงิน-เศรษฐกิจเหนื่อย เหตุสงครามการค้าลามสู่สงครามการเงิน

7.02.19 | 23:00 น.

นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ กรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ซี แอล เอส เอ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยภายในงานสัมมนา “มองโลก มองไทย ทิศทางส่งออกปี 2562” ที่จัดขึ้นโดยสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ ว่า มองปี 2562 จะเป็นปีที่มีทั้งเรื่องการเงินและเศรษฐกิจโลกไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากสงครามการค้าได้กลายเป็นสงครามการเงิน และสงครามการเงินได้เริ่มต้นตั้งแต่ 7-8 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากธนาคารกลางของโลกอยู่ที่สหรัฐในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนไป มีการแย่งชิงอำนาจในการเป็นธนาคารกลางของโลก ทำให้เหมือนมีสงครามการเงินเกิดขึ้น โดยการที่ประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกากำลังจะถูกช่วงชิงความเป็นที่ 1 จากจีน ซึ่งเป็นประเทศที่มีอำนาจทางเศรษฐกิจ และคาดว่าในอนาคตจะมีอำนาจในด้านอื่นๆ ด้วย เนื่องจากจีนมีความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีและมีแหล่งข้อมูลที่ใหญ่มาก โดยสงครามการค้ามีสาเหตุมาจากความเหลื่อมล้ำของหลายประเทศ และไทยก็เป็นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำสูงมากเช่นกัน ซึ่งในสหรัฐฯเองก็มีความเหลื่อมล้ำเกิดขึ้น จึงมองว่าปีนี้มีปัจจัยหลายเรื่องที่ทำให้เศรษฐกิจเหนื่อยมาก

นายปริญญ์ กล่าวว่า สำหรับเรื่องค่าเงินบาทในมุมมองของธนาคารมองว่า ค่าเงินบาทควรจะแข็งมากกว่านี้อีกมาก เนื่องจากค่าเงินในปัจจุบันไม่สะท้อนโครงสร้างเศรษฐกิจในประเทศไทย รวมถึงเศรษฐกิจในหลายประเทศด้วย เนื่องจากจะเห็นว่าสหรัฐฯมีการซัดดาวน์เศรษฐกิจของประเทศหลายครั้งแล้ว เพราะสหรัฐฯมีหนี้เพิ่มขึ้นรวมกว่า 300% ทำให้หนี้ท่วมโลก ทำให้เทรนด์เงินบาทในระยะยาวจะต้องแข็งค่ากว่านี้ แต่ที่ยังไม่เกิดขึ้นในขณะนี้เพราะถูกแทรกแซงจากธนาคารกลางที่ช่วยพยุงค่าเงินในระดับหนึ่ง รวมถึงปัจจัยในสังคมที่มีส่วนช่วยได้บ้าง ทำให้ผู้ประกอบการที่คิดจะเอาปัจจัยค่าเงินบาทมาเป็นตัวช่วยในการแข่งขันทางการค้า ต้องปรับความคิดใหม่ เพราะตอนนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีการช่วยพยุงค่าเงิน เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้โดยไม่เสียเปรียบมากนัก แต่ในอนาคต เมื่อมีเม็ดเงินจากต่างชาติเข้ามาในโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐมากขึ้น เชื่อว่าจะทำให้ค่าเงินแข็งขึ้นกว่านี้อีกแน่นอน