นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานกลยุทธ์2 และรักษาการกรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ภาพรวมการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศในปี 2561 อยู่ที่ 363,711 ยูนิต ขยายตัวจากปี 2560 ประมาณ 15.4% มูลค่ารวม 839,496 ล้านบาท ขยายตัวจากปี 2560 ที่ 24.5% ซึ่งการเติบโตดังกล่าวเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจ ที่ขยายตัวและเติบโตใกล้เคียงกับปี 2560 แต่อย่างไรก็ตามพบว่าในช่วงปลายปีหรือไตรมาส 4 ปี 2561 เริ่มมีกาเร่งโอนมากขึ้นจาก 2 ปัจจัยคือ ดอกเบี้ยขาขึ้น และนโยบายการควบคุมการปล่อยสินเชื่อต่อหลักทรัพย์ค้ำประกัน (แอลทีวี) โดยการโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาสนี้มีจำนวน 98,500 ยูนิต เพิ่มขึ้นถึง 7.7% คิดเป็นมูลค่ารวม 247,118 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 25.5% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2560 โดยอัตราการเติบโตดังกล่าวใกล้เคียงกับช่วงปลายปี 2558 หรือเมื่อ 16 ไตรมาสก่อนหน้าที่มีมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์
“พอมีความชัดเจนว่าดอกเบี้ยกำลังจะอยู่ในช่วงขาขึ้นและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ประกาศบังคับใช้เกณฑ์แอลทีวีในวันที่ 1 เมษายน 2562 จึงทำให้ผู้ประกอบการและสถาบันการเงินจับมือเพื่อเร่งโอนเพื่อจะได้ไม่ต้องเข้าเกณฑ์ใหม่ และการเร่งโอนกรรมสิทธิ์ดังกล่าวมีต่อเนื่องมาถึงไตรมาสแรกปี 2562 ที่คาดว่าจะมีการเร่งโอนอีกไม่น้อยกว่า 45,000 ยูนิต และมูลค่าไม่นอยกว่า 142,000 ล้านบาท”นายวิชัยกล่าวและว่าสำหรับตัวเลขการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยของปี 2561 ทั้งปีอยู่ที่ 717,557 ล้านบาท ขยายตัวจากปี 2560 ที่ 13.2% โดยไตรมาส 4/2560 มีการปล่อยสินเชื่อได้มากถึง 207,462 ล้านบาท และมีสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 3.795 ล้านๆบาท ขยายตัวจากปี 2560 7.7% ส่วนคาดการณ์การปล่อยสินเชื่อทีอยู่อาศัยในปี 2562 น่าจะใกล้เคียงกับปี 2561
นายวิชัยกล่าวว่า สำหรับทิศทางการขยายตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 2562 คาดว่าหากทุกอย่างเป็นไปตามคาดการณ์จะมีการปรับฐานไปสู่ภาวะปกติคือเท่ากับปี 2560 โดยจะมีการขยายตัวลดลงจากปี 2561 ประมาณ 10% หรือมีการเปิดตัวโครงการใหม่อยุ่ที่ 112,000 ยูนิต ลดลงจากปี 2561 ซึ่งอยู่ที่ 118,000 ยูนิต ส่วนยอดโอนทั่วประเทศในปี 2562 คาดว่าน่าจะอยู่ที่ 307,000 ยุนิต มูลค่ารวมประมาณ 747,000 ล้านบาท แต่อย่างไรก็ตามหากมีการปรับขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้ง และเศรษฐกิจไม่ได้ดีอย่างที่คาดก็อาจจะทำให้ลดลงอีก 5% นอกจานี้ในส่วนของการเปิดตัวโครงการใหม่คาดว่าผู้ประกอบการจะเริ่มเปิดในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ส่วนไตรมาส และ2 ผู้ประกอบการจะเร่งระบายสต็อคเดิม
ทั้งนี้ศูนย์ข้อมูลยืนยันว่าจะไม่เกิดฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์แน่นอน แต่ยอมรับว่าบางทำเลอาจจะมีโอเวอร์ซัพพลายบ้าง คือ 1.เสนทางรถไปป้าสายสีม่วง 2.เส้นทางรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินช่วงบางซื่อ-บางแค 3.สายสีแดงเข้มหัวลำโพงถึงมหาชัย 4.สายสีแดงอ่อนช่วงตลิ่ง-ศาลายา และ 5.สายสีเขียว ช่วงสมุทรปราการ-บางปู โดยทั้งหมดนี้คาดว่าจะใช้เวลาระบายสต็อคให้หมดได้ประมาณ 25-50 เดือน

