เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่าค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ที่ระดับ 31.13 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากช่วงสิ้นวันทำการก่อนหน้าที่ระดับ 31.25 บาทต่อดอลลาร์ ก่อนจะแข็งค่าลงมาที่ระดับ 31.08 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เป็นการแข็งค่ามากที่สุดในรอบ 5 ปี โดยในคืนที่ผ่านมา เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงต่อเนื่องจากมุมมองของเจ้าหน้าที่ระดับสูงธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ที่ออกมาสนับสนุนการชะลอมาตรการลดงบดุลของเฟดมากขึ้น ชี้ว่าเฟดมีแนวโน้มที่จะไม่เร่งรีบใช้นโยบายการเงินที่ตึงตัวและเฟดจะมองภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯ รวมทั้งตลาดการเงินก่อนปรับเปลี่ยนนโยบายการเงิน
นายจิติพล กล่าวว่า ตัวเลขตลาดแรงงานของอังกฤษและดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจยูโรโซนที่ออกมาดีเกินคาด ส่งผลให้ค่าเงินยูโรและค่าเงินปอนด์อังกฤษแข็งค่าขึ้น ล่าสุดค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้นไปที่ระดับ 1.133 ดอลลาร์ต่อยูโร ค่าเงินปอนด์อังกฤษแข็งค่าแตะระดับ 1.306 ดอลลาร์ต่อปอนด์ ในขณะที่ ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นไม่มากสู่ระดับ 110.5 เยนต่อดอลลาร์ หลังผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่นให้ความเห็นว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นพร้อมที่จะใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้น หากการแข็งค่าของเงินเยนกระทบเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม อัตราผลตอบแทนพันธบัตร(บอนด์ยิลด์) สหรัฐอายุ 10 ปีปรับตัวลดลง 0.03% หลังตลาดมีความเชื่อมั่นมากขึ้นว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยได้น้อยกว่าคาด และอาจมีการชะลอการลดงบดุล ล่าสุดบอนด์ยิลด์ปรับตัวลงสู่ระดับ 2.63% แม้นักลงทุนยังเปิดรับความเสี่ยงต่อ ท่ามกลางแนวโน้มการเจรจาการค้าจีน-สหรัฐฯที่สดใสมากขึ้น
นายจิติพล กล่าวว่า ค่าเงินบาทมีแนวโน้มที่จะแข็งค่าขึ้น ตามการอ่อนค่าของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ รวมทั้งการแข็งค่าของค่าเงินเอเชีย จากความหวังว่าสหรัฐกับจีนจะบรรลุข้อตกลงการค้าได้ อย่างไรก็ดี ในระยะสั้นมองว่า ปัจจัยการเมือง จะเป็นปัจจัยหลักที่สามารถกดดันให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงได้
กรอบค่าเงินบาทวันนี้ 31.08-31.18 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

