นายกิจจา ศรีพัฑฒางกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี โฮลดิ้ง จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทปี 2561 มีกำไร 5,587.60 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 7.5% เนื่องจากผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งหากไม่นับรวมผลกระทบดังกล่าวบริษัทมีกำไร 6,452.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.5% ขณะที่ปี 2562 ชเตรียมสำรองเงินลงทุน 20,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาและก่อสร้างโครงการใหม่ ตั้งเป้าหมายมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 8,960 เมกะวัตต์หรือเทียบเท่า จากปีที่ผ่านมามีกำลังการผลิตรวมอยู่ที่ 7,639.12 เมกะวัตต์หรือเทียบเท่า โดยแผนการลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตอีก 1,320.88 เมกะวัตต์ในปีนี้ บริษัทมีเป้าหมายร่วมทุนโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ของเอกชน(ไอพีพี) ในประเทศ คาดจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้ มีแผนก่อสร้างในปี 2567-68 ทั้งนี้ การลงทุน 1 เมกะวตต์ ใช้เงินลงทุนประมาณ 20 ล้านบาท ดังนั้นหากลงทุน 20,000 ล้านบาท จะได้กำลังการผลิตประมาณ 1,200-1,300 เมกะวัตต์
สำหรับโครงการลงทุนในโรงไฟฟ้าต่างประเทศยังอยู่ระหว่างเจรจาใกล้จบทั้งประเทศกลุ่มอาเซียน และประเทศออสเตรเลีย ทั้งโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงหลักและพลังงานทดแทนที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้ว กำลังการผลิตอย่างน้อย 200-300 เมกะวัตต์ คาดจะได้ข้อสรุปในช่วงไตรมาส 1 หรือต้นไตรมาส 2/2562 รวมถึงโครงการระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่มีโอกาสในโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู และ โรงไฟฟ้าสายสีเหลือง
นายกิจจากล่าวว่า ความคืบหน้าการพิจารณาต่ออายุสัญญารับซื้อโรงไฟฟ้าไตรเอนเนอจี้ ขนาด 700 เมกะวัตต์ ของบริษัทที่กำลังจะหมดอายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้าในปี 2563 นั้น คาดว่าจะได้ข้อสรุปเรื่องการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ทดแทนเร็วๆ นี้ ซึ่งต้องรอคามชัดเจนจากกระทรวงพลังงานว่าจะมีนโยบายอย่างไร นอกจากนี้ บริษัทยืนยันความพร้อมเข้าร่วมประมูลโรงไฟฟ้าในภาคตะวันตกทดแทนโรงไฟฟ้าเก่าที่หมดอายุสัญญาช่วงเดือนกรกฎาคม 2563 ซึ่งปัจจุบันมีกว่า 5,000 เมกะวัตต์
นายกิจจากล่าวว่า ปี 2566 บริษัทตั้งเป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 10,000 เมกะวัตต์ ทั้งยังมีแผนควบรวมกิจการอย่างน้อย 300-400 เมกะวัตต์ต่อปี ซึ่งจะทำให้รายได้ของบริษัทเติบโตพอสมควร

