หน้าแรก เศรษฐกิจ “อินทัช” จับม...

“อินทัช” จับมือ “อีคาร์ทสตูดิโอ” พัฒนา สมาร์ทซิตี้ แพลตฟอร์ม

20.02.19 | 22:12 น.

นายณรงค์พนธ์ บุญทรงไพศาล หัวหน้าโครงการบริษัทร่วมทุนอินเว้นท์ บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยในงานแถลงข่าวการร่วมลงทุนระหว่างโครงการอินเว้นท์ กับบริษัทอีคาร์ทสตูดิโอ จำกัด ณ โคเวิร์คกิ้งสเปซ พระราม 9 ว่า ทุกวันนี้การบอกตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ หรือแผนที่ มีประโยชน์อย่างมากในการดำเนินงานของธุรกิจต่างๆ เช่น การหาร้านอาหาร บริการส่งอาหารหรือสินค้า การเรียกแท็กซี่ การทำสื่อโฆษณา และส่งเสริมการขายผ่านมือถือ ซึ่งอีคาร์ทสตูดิโอ เป็นผู้นำในการพัฒนาเทคโนโลยีการบริการบอกตำแหน่ง เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภค กลุ่มธุรกิจ และองค์กรภาครัฐในการให้บริการต่างๆ ที่ช่วยให้การบริหารจัดการสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างรายได้ และลดต้นทุนได้เป็นอย่างดี ซึ่งมองว่า การนำเทคโนโลยีการบริการบอกตำแหน่ง มาใช้ในธุรกิจต่างๆ เช่น ธุรกิจบริการ ธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจขนส่ง ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจสื่อโฆษณา และธุรกิจอื่นๆ มีแนวโน้มเติบโตได้อีกมากในอนาคต

“ด้วยความเชี่ยวชาญของผู้ก่อตั้ง และทีมงาน อินเว้นท์มีความเชื่อมั่นในศักยภาพของอีคาร์ทสตูดิโอที่จะเติบโตได้อย่างรวดเร็ว สามารถพัฒนานวัตกรรมที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุม ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มรายได้ และประหยัดต้นทุน ส่งผลให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจในภาพรวมต่อไป” นายณรงค์พนธ์ กล่าว

นายณรงค์พนธ์ บุญทรงไพศาล หัวหน้าโครงการบริษัทร่วมทุนอินเว้นท์ บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)

นายวุฒิกร มโนมัยวิบูลย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อีคาร์ทสตูดิโอ จำกัด เปิดเผยว่า การร่วมลงทุนครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสทางธุรกิจที่ดี ที่ทางอีคาร์ทสตูดิโอจะได้ร่วมเป็น พันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับอินทัช จะช่วยต่อยอดและเสริมศักยภาพ ให้สามารถขยายฐานลูกค้า และเครือข่ายทางธุรกิจในกลุ่มลูกค้าบุคคล ลูกค้าองค์กร รวมทั้ง ช่วยให้เข้าถึงตลาดใหม่ในระดับภูมิภาคเอเชีย สำหรับเงินลงทุนที่ได้รับบริษัท วางแผนที่จะนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ รวมทั้งเสริมทัพทีมงาน เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายในอีก 3 ถึง 5 ปีข้างหน้า ที่จะเป็นผู้นำด้าน สมาร์ทซิตี้ แพลตฟอร์มของประเทศที่ตอบโจทย์การใช้งานในทุกๆ ด้าน

นายวุฒิกร กล่าวว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้พัฒนา สมาร์ทซิตี้ แพลตฟอร์ม ทั้งในส่วนของ ผู้ประกอบการกับผู้ประกอบการ (บีทูบี) และผู้ประกอบการ กับ ผู้บริโภค (บีทูซี) เพิ่มเติมจากการพัฒนาระบบโปรแกรมประยุกต์บนเว็บ และระบบโปรแกรมประยุกต์ทางด้านภูมิศาสตร์ ในส่วนของ บีทูซี แพลตฟอร์ม นั้น เริ่มจากการที่บริษัทเห็นว่า เทคโนโลยีสมาร์ทโฟนเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของคนมากยิ่งขึ้น ทั้งด้านการติดต่อสื่อสาร การค้นหาและรับข้อมูล หรือดูกิจกรรมบันเทิงต่างๆ

นายวุฒิกร มโนมัยวิบูลย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อีคาร์ทสตูดิโอ จำกัด

สำหรับ สมาร์ทซิตี้ แพลตฟอร์ม ในส่วนของบีทูบีนั้น บริษัทได้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีทางด้านการบริการบอกตำแหน่ง เพื่อให้สามารถรองรับการสร้างและบริหารการวางระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยครอบคลุมทั้งระบบคมนาคม, ระบบพลังงาน, ระบบการจัดการน้ำ, และระบบสื่อสาร เป็นต้น นอกจากนั้น แพลตฟอร์มที่ได้พัฒนาขึ้น ยังมีความยืดหยุ่นสามารถปรับให้เข้ากับความต้องการใช้งานขององค์กรและธุรกิจต่างๆ ทั้งภาครัฐบาลและภาคเอกชนได้เป็นอย่างดี ดังนั้น จึงถือเป็นการประยุกต์เทคโนโลยีที่บริษัทเชี่ยวชาญ เพื่อช่วยสนับสนุนและเสริมสร้างการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ที่สามารถให้บริการด้านสาธารณูปโภค รวมทั้งช่วยบริหารจัดการเมืองโดยใช้ต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ลดลง

Advertisement

ปัจจุบัน บริษัทมีสัดส่วนลูกค้าองค์กรภาคเอกชนประมาณ 40% และลูกค้าองค์กรภาครัฐประมาณ 60% และจากการนำเสนอแพลตฟอร์มดังกล่าว คาดว่า จะสามารถขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มลูกค้าเอกชน และลูกค้าบุคคลทั่วไปมากยิ่งขึ้น โดยคาดว่า ภายในปี 2563 จะมีฐานลูกค้าบุคคลประมาณ 1,000,000 คนทั่วประเทศ ทั้งนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ โดยเริ่มจากประเทศบรูไนและอินโดนีเซียก่อน เนื่องจากยังมีคู่แข่งน้อย ทำให้มีโอกาสเติบโตและขยายฐานลูกค้าได้มาก

“อินทัช” จับมือ “อีคาร์ทสตูดิโอ” พัฒนา สมาร์ทซิตี้ แพลตฟอร์ม

เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว

เพิ่มเพื่อน