หน้าแรก เศรษฐกิจ พณ.ไอเดียกระฉ...

พณ.ไอเดียกระฉูด ธุรกิจ-ความเชื่อ เพิ่มมูลค่า-ปั้นส่งออก

21.02.19 | 12:31 น.

ตามนโยบายรัฐบาลที่จะทำอย่างไรให้ภาคบริการในแต่ละธุรกิจได้ต่อยอด เพิ่มมูลค่าการค้าทั้งในประเทศ และส่งออกไปทั่วโลก รวมถึงเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว ดังนั้น ที่ผ่านมาจะเห็นการส่งเสริมและผลักดันธุรกิจที่มีแนวโน้มสดใส ซึ่งในส่วนของกระทรวงพาณิชย์มีแผนจะผลักดันสินค้าที่มองว่าเป็นดาวเด่นให้มีการขยายตัวได้ตามนโยบาย

ล่าสุด น.ส.บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เตรียมหารือกับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อและธุรกิจบริการ เพื่อจัดทำแผนและบริการในตลาดโลกให้มากขึ้น หลังจากได้รับความสนใจจากต่างประเทศอย่างมากนั้น

“มติชน”Ž มีโอกาสสัมภาษณ์พระครูเกษมจันทวิมล หรือพระอาจารย์แดง เจ้าอาวาสวัดป้อมรามัญ ต.สวนพริก อ.พระนครศรีอยุธยา เกจิชื่อดังเจ้าของฉายา นิ้วมหามงคลŽ ซึ่งโด่งดังในเรื่องลง นะหน้าทองŽ ตามตำรับโบราณ และถือเป็นพระสงฆ์ที่มีลูกศิษย์มากมายทั่วประเทศ รวมถึงในต่างประเทศด้วย

พระอาจารย์แดงเปิดเผยว่า ลูกศิษย์ที่มากันมากมายในแต่ละวันนั้น มาเพราะความเชื่อความศรัทธา เข้ามาวัดแล้วอิ่มบุญ อิ่มใจ มีพลังที่จะไปดำเนินชีวิตให้ก้าวหน้า ทำชีวิตให้สงบสุข มีความเจริญก้าวหน้าในชีวิต การงาน กิจการ ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีประเสริฐยิ่งแล้ว คนที่เขามาที่วัด ไม่ว่าจะเป็นคนทั่วไป ดารา นักร้อง หรือใครก็ตาม สิ่งที่หลวงพ่อแนะนำคือ ต้องยิ้ม ยิ้ม กับทุกสภาพปัญหาที่พบ และหาต้นเหตุของปัญหาให้เจอ เพื่อแก้ไข ด้วยสติและปัญญา ไม่งมงายในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เช่น อยากรวยต้องทำกิน ประกอบอาชีพ นอกจากหลักธรรมที่ชี้นำแก่ลูกศิษย์แล้วก็จะนำเอาหลักรัฐศาสตร์มาประยุกต์แนะนำไปด้วย เช่น อยากจะโตต้องโง่ให้เป็น ซึ่งเทียบกับคำสอนทางพุทธ คืออย่าทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว คนเราควรจะรับฟังคนอื่นด้วย ไม่ใช่ทำตัวเองฉลาด ไม่รับฟังคนอื่น ทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว หรือฉลาดไปเสียทุกเรื่องจนไม่ฟังใครเคย

ส่วนคำถามว่าลูกศิษย์มาแล้วได้ผลด้านใด พระอาจารย์แดงอธิบายว่า สิ่งแรกคือความอิ่มใจ อิ่มบุญ มีสติ มีความเชื่อมั่นในตัวเอง ว่าตัวเองจะต้องดีขึ้น และก็เพื่อเป็นกำลังใจเดินหน้ากับชีวิตต่อไป

Advertisement

ส่วนการทำบุญทางวัดไม่มีค่ายกครู ไม่ได้กำหนดต้องทำบุญเท่าไหร่ แล้วแต่จิตศรัทธา เงินทำบุญที่ได้มานำไปพัฒนาวัดป้อมรามัญ จากเดิมที่เป็นวันเก่าแก่สร้างมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เมื่อ 20 ปีก่อนมีสภาพคล้ายวัดร้าง

แต่ถึงวันนี้มีการบูรณะศาสนสถานจำนวนมาก ทั้งพระอุโบสถ วิหาร มณฑป ศาลาการเปรียญ เมรุ และทุกอย่างในวัด จนสวยงาม หรือจะเป็น รพ.สต.สวนพริก ทางวัดก็ปรับปรุงให้ทั้งหมด

ขณะที่กิจกรรมของคณะสงฆ์ในจังหวัด อำเภอ โดยเฉพาะด้านส่งเสริมการศึกษาธรรมะของพระภิกษุสามเณร ทางวัดป้อมรามัญก็ร่วมสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

ด้านนายศุภกร ลี้เจริญรักษา อายุ 55 ปี หมอดูชื่อดังแห่งเมืองโคราช กล่าวว่า สิ่งที่ฝังรากลึกอยู่ในวัฒนธรรมไทยมาตั้งแต่โบราณก็คือความเชื่อในเรื่องศาสตร์แห่งการสักยันต์ ดูดวง และปลุกเสกวัตถุมงคล ซึ่งสืบทอดกันมาตั้งแต่ก่อนยุคสุโขทัยถึงปัจจุบัน

แม้จะผ่านเวลามานานหลายชั่วอายุคนแล้วก็ตาม ความเชื่อเหล่านี้ก็ไม่เสื่อมคลาย กลายเป็นเสน่ห์ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติอยากค้นหาและมาพิสูจน์ให้ได้ จึงไม่ต้องแปลกใจเลยถ้าทุกวันนี้จะเห็นชาวต่างชาติ ลงทุนขึ้นเครื่องบินเดินทางมาให้อาจารย์ชื่อดังสักยันต์ให้ถึงประเทศไทย

เช่นตนเองเป็นหมอดูทางในมานานกว่า 20 ปีแล้ว และมีลูกศิษย์ที่เป็นชาวต่างชาติหลายประเทศ อาทิ ออสเตรเลีย, สวีเดน, สหรัฐอเมริกา และฮ่องกง เดินทางมาให้ดูดวงเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่มักจะมาปรึกษาปัญหาชีวิต ให้ดูดวง บอกวิธีแก้กรรม และเสริมชะตาบารมี แต่ไม่อยากโอ้อวดว่าดูแม่นเพียงใด เพราะเรื่องเหล่านี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล เพียงแต่อยากให้เห็นว่าเรื่องความเชื่อนี้กำลังได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้น จึงเห็นด้วยกับทางกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ที่จะเข้ามาช่วยส่งเสริมให้สินค้าและบริการเหล่านี้ เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วโลก เพราะเมื่อนักท่องเที่ยวเหล่านี้เข้ามาในประเทศไทย นอกจากจะมาใช้บริการหมอดู หรือเช่าบูชาวัตถุมงคลแล้ว ยังต้องใช้เงินในกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้กระจายตัวได้ทั่วประเทศ

แทนที่จะอยู่แต่ในเมืองท่องเที่ยวหลักๆ เหมือนปัจจุบัน แต่บรรดาหมอดูเก่งๆ อาจารย์สักเก่งๆ หลายคนจะกระจายอยู่ตามชุมชนห่างไกลความเจริญ อยู่ตามชนบท ซึ่งแทบจะไม่สามารถดึงนักท่องเที่ยวมาชมอะไรได้เลย นอกจากมาใช้บริการเกี่ยวกับเรื่องความเชื่อเหล่านี้

แต่สิ่งที่อยากจะให้กำกับดูแลก็คือ จะต้องมีหน่วยงานเข้ามาดูแลไม่ให้มีการหลอกลวงประชาชน

ขณะที่ศาลเจ้าตี่จู้เอี๊ยะ นายสราวุธ ดิลกกัลยา ผู้ประกอบการ ร้านฮัวกี่ เผยว่า หลังๆ มานี้ ไม่ค่อยเห็นวัยรุ่นสนใจมาซื้อตี่จู้เอี๊ยะ หรือศาลเจ้าแดงเลย แต่ที่สนใจเข้ามาซื้อตอนนี้ก็จะเป็นคนอายุ 40 ขึ้นไป จนถึงคนสูงอายุและส่วนใหญ่ที่มาซื้อหาตี่จู้เอี๊ยะจะเป็นกลุ่มเดิมที่มีอยู่แล้ว บางคนมาซื้อเฉพาะอุปกรณ์ไปเปลี่ยนใหม่ บางคนก็มาซื้อตี่จู้เอี๊ยะไปใหม่ เพื่อเปลี่ยนของเดิมที่ชำรุด หากจะตั้งใหม่ในช่วงปัจจุบันนี้มีน้อยมาก

ด้านราคาตี่จู้เอี๊ยะที่ทางร้านมีโชว์ เริ่มต้นที่ 400 กว่าบาท ไปจนถึง 19,000 บาท ซึ่งราคานั้นก็มีสูงถึงหลักแสน ก็ตามลูกค้าสั่ง บางรายอยากได้แบบพิเศษ ทางโรงงานที่เราสั่งก็จะคิดตามวัสดุ อุปกรณ์ ราคาของช่าง หากสั่งเป็นไม้จันทน์แกะและปิดทองแท้ ราคาจะสูงตามขนาดที่สั่ง

ซึ่งปัจจุบันก็มีน้อยแล้วที่จะสั่ง และขนาดของตี่จู้เอี๊ยะจะมีข้อบังคับไว้ ถ้าเรามีตลับเมตรที่เป็นของหมอดูจีน จะมีบังคับไว้เลยว่าจะต้องลงตรงเส้นแดง ก็คือเท่าที่ทราบก็จะหน้ากว้าง 12, 16, 18, 27, 32, 35, 42 นิ้ว ขึ้นไปเรื่อยๆ อย่างที่โรงงานที่สั่ง สูงสุดอยู่ที่ 42 นิ้ว

หากจะส่งเสริมการส่งออก ตี่จู้เอี๊ยะ ไปประเทศจีนนั้น ในความคิดเห็นของผมเท่าที่ทราบเขาเคยปฏิวัติ และกวาดล้างวัฒนธรรมเดิมของจีนไปหมดแล้ว ที่เมืองจีน ผมว่าคนจีนในปัจจุบันน่าจะไม่ได้ไหว้แล้ว

คนจีนที่อพยพออกจากประเทศจีนถือธรรมเนียมมากกว่าคนจีนที่อยู่ในประเทศจริงๆ ทุกวันนี้หมอดังๆ ก็ไม่มีอยู่ในเมืองจีนเลย มีแต่ที่อยู่ต่างประเทศ เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย

เพราะฉะนั้นการที่จะเอากลับเข้าไปนั้นน่าจะเป็นไปได้ยาก แม้กระทั่งพวกกระดาษไหว้ต่างๆ คนจีนที่อยู่ในเมืองจีนก็ไม่ได้ไหว้อลังการเหมือนที่อยู่ในประเทศไทย คนจีนที่อยู่ในเมืองจีนในขณะปัจจุบันนี้จัดเป็นคนรุ่นใหม่คิดใหม่หมดแล้ว

ในยุคปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นการขายตี่จู้เอี๊ยะ เครื่องราง ของบูชา หรือเครื่องสังฆภัณฑ์ต่างๆ ในปัจจุบันนี้ ต้องปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ต่อไปร้านจำหน่ายของเหล่านี้ก็จะเหลือน้อยลงไปอีก การค้าขายต้องปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เพื่อให้อยู่รอดในยุคปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม การตั้งศาลเจ้าตี่จู้เอี๊ยะ ทุกคนมุ่งหวังความสำเร็จ ด้านการค้าขายเจริญรุ่งเรือง การอยู่ร่มเย็นเป็นสุขในบ้าน ครอบครัวแคล้วคลาดปลอดภัย และคนที่ยังยึดถือปฏิบัติส่วนใหญ่ จะตั้งศาลเจ้าตี่จู้เอี๊ยะ คือเปิดกิจการค้าขาย และตั้งที่บ้าน ซึ่งการตั้งจะเป็นแบบเรียบง่าย ซึ่งถ้าคนทั่วไปมีบ้าน และเปิดกิจการค้าขาย หรือทำธุรกิจต่างๆ แล้วอยากตั้งก็มาซื้อตี่จู้เอี๊ยะ และหาวันมงคล ก็สามารถตั้งได้เลย โดยไม่ต้องไปหาพราหมณ์

ทั้งหลายทั้งปวงจากความศรัทธาและความเชื่อเหล่านี้จะต่อยอดเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจไทยได้หรือไม่อย่างไรต้องติดตาม?!