หน้าแรก เศรษฐกิจ สมาคมผู้ค้าปล...

สมาคมผู้ค้าปลีกไทยค้านมติบอร์ดทอท.รวบสัญญาประมูลดิวตี้ฟรี 4 สนามบิน

21.02.19 | 14:50 น.
02222

ที่อาคารว่องวานิช นายวรวุฒิ อุ่นใจ ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เปิดแถลงข่าวว่า ตามที่คณะกรรมการบริษัท ท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือบอร์ดทอท. มีมติเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เรื่องหลักเกณฑ์การให้สิทธิและเห็นชอบแนวทางในการให้สิทธิประกอบกิจกรรมเชิงพาณิชย์ ณ ท่าอากาศยานในความรับผิดชอบของ ทอท. โดยแยก 3 สัญญาใหญ่ ได้แก่ กิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร (ดิวตี้ฟรี), กิจกรรมเชิงพาณิชย์ (Retail, F&B, Service และ Bank) และกิจการให้บริการเคาน์เตอร์ส่งมอบสินค้าปลอดอากร (Duty Free Pick-up Counter) ออกจากกัน และเห็นชอบหลักการในการคัดเลือกผู้ประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากรและกิจกรรมเชิงพาณิชย์ ตามที่ฝ่ายบริหาร ทอท.เสนอ ทั้งนี้ ให้ฝ่ายบริหาร ทอท.ตรวจสอบข้อกำหนดและตรวจสอบละเอียดฯ ให้เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย ก่อนที่จะดำเนินการประกาศต่อไป โดยไม่มีรายละเอียดของหลักการข้อกำหนดของผู้ว่าจ้าง (ทีโออาร์) แต่อย่างใด

ทั้งนี้ แม้จะยังไม่มีรายละเอียดทีโออาร์ ของกิจการทั้ง 3 ส่วนดังกล่าว แต่ที่ผ่านมา สมาคมฯ ได้นำส่งข้อเสนอให้ภาครัฐ โดยระบุว่า ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะกำหนดเกณฑ์เงื่อนไขสัมปทานดิวตี้ฟรีสำหรับสนามบินสุวรรณภูมิเป็นแบบรายเดียว ตามที่ ฝ่ายบริหาร ทอท.ได้เคยประกาศและให้ข่าวมาก่อนหน้านี้ ทางสมาคมฯ ได้มีการนำเสนอถึงข้อดีของการกำหนดเกณฑ์สัมปทานแบบหมวดหมู่สินค้ามาตลอด และได้มีการยื่นจดหมายถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้พิจารณาข้อเสนออย่างรอบคอบ

นายวรวุฒิ กล่าวว่า สมาคมฯยังคงยืนยันที่จะนำเสนอให้ประชาชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดรับทราบถึงข้อดีของสัมปทานแบบหมวดหมู่สินค้าซึ่งเป็นรูปแบบที่เหมาะสมกับสนามบินสุวรรณภูมิที่มีขนาดใหญ่และจำนวนผู้โดยสารที่มีจำนวนมาก เพื่อให้เกิดความโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อรัฐและประชาชน และส่งผลให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีการเติบโตมากขึ้น จากการที่นักท่องเที่ยวมีโอกาสเลือกซื้อสินค้าถูกใจได้มากขึ้น คาดการณ์ว่าจะเพิ่มเงินเข้าประเทศได้มากขึ้น 50,000 ล้านบาทต่อปี จากการเพิ่มอัตราการใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยว

“คาดว่าหากประเทศไทยมีการเพิ่มผู้ประกอบการดิวตี้ฟรีให้หลากหลายมากขึ้น จะช่วยให้ประเทศมีรายได้เพิ่มขึ้นอีก คาดว่าอาจจะได้รับรายได้จากส่วนนี้ถึง 100,000 ล้านบาทต่อปี จากปัจจุบันทอท.มีผลดำเนินงานในกิจการดิวตี้ฟรีและกิจกรรมเชิงพาณิชย์ในระดับต่ำกว่าเกณฑ์ เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆที่กำหนดหนักเกณฑ์สัมปทานแบบหมวดหมู่สินค้า หากทอท.ดำเนินการบริหารสัมปทานเองแบบหมวดหมู่สินค้าแทนสัมปทานรายเดียวจะทำให้ค่าธรรมเนียมเทียบเท่ามาตรฐานสากลคือเฉลี่ยมากกว่า 30-40% จากปัจจุบันทอท.มีรายได้ส่วนนี้เพียง 15-18%”

นายวรวุฒิ กล่าวด้วยว่า อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศให้มาก หากกลัวว่าจะดูแลไม่ทั่วถึงแนะให้จ้างบริษัทเอกชนเข้ามาช่วยบริหาร จะได้ง่ายต่อการจัดการ ส่วนในช่วงของการหาเสียง อยากให้พรรคการเมืองทุกพรรคเพิ่มนโยบายในเรื่องของดิวตี้ฟรีเข้าไปด้วย เพราะเป็นประเด็นที่เกี่ยวกับผลประโยชน์ของชาติ

Advertisement

นายวรวุฒิ กล่าวว่า สมาคมฯ ยังมีความเห็นอีกว่าการจะกำหนดหลักเกณฑ์ ทีโออาร์ โดยจะรวมร้านค้าปลอดอากรของสนามบินสุวรรณภูมิรวมเข้ากับสนามบินภูมิภาคอีก 3 แห่งภายใต้การดูแลของ ทอท. คือสนามบินเชียงใหม่ สนามบินหาดใหญ่ และสนามบินภูเก็ตเป็นแนวทางที่สมาคมฯไม่เห็นด้วย เพราะสนามบินแต่ละแห่งมีลักษณะต่างกัน แต่หากจะนำสนามบินภูมิภาคทั้ง 3 แห่งมารวมเป็นสัมปทานเดียวแล้วออกประมูลสามารถดำเนินการได้เพราะมีขนาดใกล้เคียงกัน