นายบัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจในปี 2561 มีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการจำหน่ายสินทรัพย์โครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ประเทศญี่ปุ่น 2 โครงการให้แก่กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน และเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของธุรกิจผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งในประเทศไทย กำลังการผลิต 9 เมกะวัตต์ และประเทศญี่ปุ่น กำลังการผลิต 4 เมกะวัตต์ โดยบริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 3,320 ล้านบาท ขณะที่การลงทุนในประเทศฟิลิปปินส์ บริษัทรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าพลังงานลม ขณะที่ประเทศอินโดนีเซีย มีส่วนแบ่งกำไรจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าความร้อนใต้พิภพเพิ่มขึ้น โดยตลอดทั้งปีบริษัทมีกำไรสุทธิ 2,219 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทำให้ ณ สิ้นปี 2561 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 31,557.9 ล้านบาท หนี้สินรวมอยู่ที่ 16,416 ล้านบาท
นายบัณฑิตกล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 มีมติอนุมัติเสนอขอผู้ถือหุ้นจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานงวดวันที่ 1 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2561 ในอัตราหุ้นละ 0.16 บาท เมื่อรวมกับเงินปันผลระหว่างกาลงวดวันที่ 1 มกราคม – 30 กันยายน 2561 ที่ได้จ่ายไปแล้วในอัตราหุ้นละ 0.48 บาท จะเป็นเงินปันผลที่จ่ายทั้งปีรวมอัตราหุ้นละ 0.64 บาท คิดเป็นเงินรวมประมาณ 1,278 ล้านบาท กำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 22 เมษายนนี้

