‘กฤษฎา’งัด 5 มาตราการ สร้างความร่วมมือ 3 ประเทศยกระดับราคายางพารา  

22.02.19 | 17:27 น.

นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังประชุมสภาไตรภาคียางพารา (ไอทีอาร์ซี) สมัยพิเศษ ประกอบด้วย 3 ประเทศสมาชิก คือ ไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ว่า ที่ประชุมได้แต่งตั้งคณะทำงานร่วมจาก 3 ประเทศ เพื่อหาข้อสรุปร่วมกันในการหามาตรการรักษาเสถียรภาพราคายางพารา ในวันที่ 4 มีนาคม 2562 โดยที่ประชุมสรุปข้อเสนอของทั้ง 3 ฝ่าย ออกเป็น 5 มาตรการ คือ 1.มาตรการจำกัดปริมาณการส่งออกยางจะพิจารณาร่วมกัน ซึ่งมีปริมาณระหว่าง 200,000 – 300,000 ตัน  2.มาตรการเพิ่มปริมาณการใช้ยางในประเทศของทั้ง 3 ประเทศ

นายกฤษฎากล่าวว่า 3.มาตรการลดพื้นที่การปลูกยางพาราเพื่อปลูกพืชชนิดอื่นทดแทนพร้อมๆ กัน ทั้ง 3 ประเทศ เพื่อบริหารจัดการผลผลิตใน หรือ Supply Management Scheme (เอสเอ็มเอส) 4.การจัดตั้งตลาดกลางเพื่อซื้อขายยางพาราในตลาดซื้อขายจริง และตลาดซื้อขายล่วงหน้า โดยเป็นตลาดที่จัดตั้งร่วมกันระหว่างภูมิภาค หรือRegional Rubber Market) (อาร์อาร์เอ็ม) เพื่อใช้เป็นตลาดกลางซื้อขายยางพาราและการซื้อขายล่วงหน้า และ 5.การตั้งสภายางแห่งอาเซียน หรือASEAN Rubber Council (เออาร์ซี) เพื่อเป็นเวทีให้ทั้ง 3 ประเทศมาพูดคุยกันตั้งแต่การแปรรูปยางพารา การศึกษาค้นคว้า งานวิจัย หรือเวทีและเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน เป็นต้น

“ทั้ง 5 มาตรการ จะมีการหาข้อสรุปร่วมกัน วันที่ 4 มีนาคม หลังจากนั้น ทั้ง 3 ประเทศ จะทำทุกมาตรการพร้อมๆ กัน เพื่อให้ราค่ายางพาราปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีเสถียรภาพ ซึ่งปี 2561 ทั้ง 3 ประเทศ ได้มีการจำกัดการส่งออก จำนวน 3.5 แสนตัน โดยประเทศไทยจำกัดปริมาณการส่งออกได้ 230,000 ตัน อินโดนีเซีย 95,000 ตัน และมาเลเซีย 20,000 ตัน ดังนั้นรอบนี้ ทั้ง 3 ประเทศคาดว่าจะจำกัดปริมารการส่งออก 300,000 ตัน หากคิดตามส่วนผลผลิต ไทยน่าจะต้องจำกัดการส่งออกปริมาณ 100,000 ตัน แต่ต้องให้ระดับเจ้าหน้าที่ไปหารือกันก่อน” นายกฤษฎากล่าว

นายกฤษฎากล่าว ในที่ประชุมทั้ง 3 ประเทศ ได้หารือเรื่องของการรักษาเสถียรภาพราคา โดยการเพื่อร่วมกันหามาตรการกระตุ้นราคายางให้สูงขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพและเป็นธรรม หากได้ข้อสรุปรัฐมนตรีทั้ง 3 ประเทศจะดำเนินการแก้ปัญหาราคายางอย่างเร่งด่วน เนื่องจากราคายางใหม่ปี 2561 มาจนถึงต้นปี 2562 ราคาค่อนข้างต่ำ ส่งผลต่อราคาและกระทบความเป็นอยู่ของเกษตรกรชาวสวนยางนับ 1 ล้านคนใน 3 ประเทศ

“ความคาดหวังของ 5 มาตรการ ราคาจะไม่ต่ำกว่า 50 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อไม่ให้เกษตรกรขาดทุน หรือราคาต่กกว่าต้นทุนการผลิต” นายกฤษฎากล่าว และว่า นอกจากนี้ ในการหารือไทยได้แลกเปลี่ยนความเห็น ได้ชี้แจงมาตรการกระตุ้นราคายางพาราของไทย คือ การนำผลผลิตมาใช้ในการทำถนนในประเทศไทย เพื่อดึงผลผลิตยางออกจากระบบ ทั้งมาเลเซีย และอินโดนีเซีย แสดงความเห็นในเรื่องนี้ว่าเป็นเรื่องดีและจำนำกลับไปดำเนินการใน 2 ประเทศ เพื่อดันราคาและลดปริมาณยางในประเทศลง ส่วนการทำถนนที่ใช้งบองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)​ เชื่อว่าจะดึงผลผลิตออกจากระบบได้ประมาณ 1 ล้านตัน และจะได้ถนนในหมู่บ้านหรือตำบลประมาณ 80,000 กิโลเมตร

Advertisement