“แอลแอนด์อี” ปักธงรายได้ปี 62 เติบโต 15-20% จ่อเขย่าไลน์ผลิต ดันยอดขายโตกระโดด

23.02.19 | 16:37 น.

นายปกรณ์ บริมาสพร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไลท์ติ้ง แอนด์ อีควิปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ แอลแอนด์อี ผู้นำธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายโคมไฟฟ้ารวมทั้งอุปกรณ์แสงสว่างรายใหญ่ของประเทศไทยและในภูมิภาคอาเซียน เปิดเผยว่า แผนธุรกิจปี 2562 จะเน้นการส่งออกเพิ่มขึ้น เบื้องต้นตั้งเป้าหมายสัดส่วนรายได้จากการส่งออกเพิ่มเป็น 9% จากปีที่ผ่านมาที่มีสัดส่วนรายได้จากการส่งออกอยู่ที่ 5.5% โดยเบื้องต้น บริษัทมีสัดส่วนส่งออกหลักในประเทศเมียนมาร์และประเทศเวียดนาม โดยเมื่อเดือนธันวาคมปี 2561 บริษัทได้เปิดบริษัทย่อยในประเทศเวียดนาม ซึ่งผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าแสงสว่าง ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตได้มีการนำไปจำหน่ายในประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงประเทศไทยด้วย

ในปี 2562 เปิดบริษัทย่อยในประเทศเวียดนาม วางแผนผลิตโคมไฟกล่องเหล็กสำหรับใช้ในบ้านอยู่อาศัย โรงงาน และอาคารพาณิชย์ ทั้งนี้เพราะสามารถผลิตโคมไฟดังกล่าวได้ถูกกว่าในประเทศไทย เพราะค่าแรงและวัตถุดิบที่ถูกกว่า ทั้งนี้ได้ตั้งเป้าการผลิต 500,000 โคมต่อปี สำหรับจำหน่ายในประเทศเวียดนาม 50% และที่เหลือสำหรับจำหน่ายในประเทศไทย สำหรับโคมไฟนวัตกรรมใหม่อื่นๆ ที่มีความซับซ้อนกว่าก็ยังนำเข้าจากประเทศไทย เพื่อจำหน่ายในประเทศเวียดนามต่อไป

ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ปี 2562 อยู่ที่ 15-20% โดยปัจจัยสนับสนุนมาจากการรุกตลาดส่งออกเพิ่มขึ้น ขณะที่ ยอดขายของงานโครงการในประเทศเชื่อมั่นว่า จะปรับเพิ่มขึ้น จากอานิสงส์การเร่งลงทุนของภาครัฐและเอกชน อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าตลาดค้าปลีก น่าจะทรงตัว หรือมีการเติบโตที่ค่อนข้างน้อย

โดยปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากงานโครงการ 68-69% และค้าปลีก 25-26% และที่เหลือคือรายได้จากการส่งออก ขณะที่ ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2561 บริษัทมีมูลค่างานในมือทั้งสิ้น 1,000 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในปี 2562

นายปกรณ์ กล่าวว่า นอกจากการเติบโตตามแผนแล้ว บริษัทยังมองเห็นโอกาสการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ด้วยการปรับสายการผลิตไปสู่การรับจ้างผลิตชิ้นส่วนเพิ่มขึ้น รองรับออเดอร์ที่คาดว่า ย้ายฐานการผลิตมาสู่ภูมิภาคเอเชีย หลังจากที่สหรัฐและจีนเพิ่มเงื่อนไขในการทำการค้าระหว่างกัน โดย ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2561 บริษัทฯ มีอัตรากำลังการผลิตอยู่ที่ 60% ซึ่งยังมีส่วนต่างกำลังการผลิตเหลือสำหรับการรับจ้างผลิตได้

Advertisement

“เชื่อว่า ออเดอร์จะไหลเข้ามาสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และบริษัทจะเป็นทางเลือกอันดับต้นๆ ของผู้จ้างผลิต เนื่องจากเครื่องจักรในการผลิตมีศักยภาพสูง สายการผลิตก็มีคุณภาพที่ได้รับการยอมรับในมาตรฐานโลก สะท้อนได้จากการได้รับงานรับจ้างผลิตสินค้าเกรดพิเศษจากลูกค้าประเทศญี่ปุ่นมาอย่างต่อเนื่อง หากบริษัทสามารถดึงออเดอร์เข้ามาได้ ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดด” นายปกรณ์ กล่าว

สำหรับผลการดำเนินงาน สำหรับงวดปี 2561 บริษัทมีรายได้จากการขายและให้บริการ จำนวน 2,923 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 14% เป็นผลจากงานโครงการได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น 17% งานค้าส่ง/ค้าปลีกเพิ่มขึ้น 8% และงานส่งออกเพิ่มขึ้น 12% การเพิ่มขึ้นของงานโครงการเป็นผลจากการก่อสร้าง และปรับปรุงศูนย์การค้าและร้านค้าต่างๆ ที่ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีสินค้าที่ได้ติดตั้งในงานเทิร์นคีย์ จำนวนหนึ่งต้องเลื่อนส่งมอบงานและรับรู้รายได้ในไตรมาสต่อไปก็ตาม

ส่วนการเพิ่มขึ้นของงานขายส่ง/ขายปลีกเป็นผลจากยอดขายในร้านไลท์ติ้ง โซลูชั่น เซ็นเตอร์ ของบริษัทที่ถนนรัชดาภิเษกและถนนราชพฤกษ์ได้ปรับตัวดีขึ้น สำหรับการเพิ่มขึ้นของงานส่งออกนั้น เป็นผลจากการขยายตัวของตลาดในประเทศมาเลเซีย เวียดนาม และกัมพูชา แม้จะมีลูกค้างานโครงการบางรายในประเทศเมียนมาร์และประเทศเวียดนามขอให้เลื่อนส่งมอบสินค้าไปเป็นต้นปีหน้าก็ตาม

ขณะที่ บริษัทมีกำไรสุทธิสำหรับงวดปี 2561 จำนวน 116.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 55.5 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 90% เป็นผลจากกำไรเบื้องต้นรวมรายได้อื่นเพิ่มขึ้น 158.4 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 19% เนื่องจากรายได้จากการขายและให้บริการที่สูงขึ้นและอัตรากำไรเบื้องต้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 31.4% ในปี 2560 เป็น 32.9% ในปี 2561 ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้น 85.4 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 12% เป็นผลจากค่าใช้จ่ายที่แปรผันตามผลการดำเนินงานได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามยอดขายที่สูงขึ้น และในปีนี้มีค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการเปิดบริษัทย่อยในประเทศเวียดนามอย่างเป็นทางการตลอดจนการจัดตั้งสำนักงานตัวแทนในประเทศมาเลเซียและประเทศอินโดนีเชีย รวมทั้งผลจากการปรับเงินเดือนประจำปี และภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มขึ้น 17.5 ล้านบาท เป็นผลจากกำไรที่สูงขึ้น

ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดในอัตรา 0.16 บาทต่อหุ้น วันกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 และจ่ายเงินปันผลวันที่ 23 พฤษภาคม 2562 โดยบริษัทจะจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น วันที่ 25 เมษายน 2562 เพื่อพิจารณามติดังกล่าว

เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว

เพิ่มเพื่อน