หน้าแรก เศรษฐกิจ สศช.ปลื้มจีดี...

สศช.ปลื้มจีดีพีQ1ขยายตัว3.2%สูงสุดในรอบ3ปี

16.05.16 | 14:29 น.

นายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ในไตรมาส 1/2559 และประมาณการแนวโน้มจีดีพีปี2559ว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1/2559 สามารถขยายตัวได้ที่ 3.2% เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4/2558 ที่ขยายตัว 2.8% ถือเป็นการขยายตัวในอัตราสูงสุดในรอบ 12 ไตรมาสนับตั้งแต่ไตรมาส 1/2556 โดยมีปัจจัยมาจากการใช้จ่ายภาคครัวเรือน ที่ขยายตัว 2.3% การใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคของรัฐบาล ขยายตัว 8% เนื่องจากค่าตอบแทนแรงงาน เพิ่มขึ้น 3.3% รายจ่ายในการซื้อสินค้าและบริการ เพิ่มขึ้น 10% การเบิกจ่ายงบประมาณ เพิ่มขึ้น 8.3% ส่วนการลงทุนรวม ขยายตัว 4.7% ทั้งจากการลงทุนของภาครัฐ ขณะที่การลงทุนภาคเอกชน ขยายตัว 2.1% โดยที่การลงทุนในหมวดก่อสร้าง ขยายตัว 7% และการลงทุนในเครื่องจักร ขยายตัว 0.9% ด้านภาคต่างประเทศ การส่งออกสินค้ามีมูลค่า 52,257 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ติดลบ 1.4% จากราคาสินค้าที่ลดลง 2.4% อย่างไรก็ตามปริมาณการส่งออกเพิ่มขึ้น 1.1%


นายปรเมธี กล่าวว่า ด้านการผลิต ที่ขยายตัวเกือบทุกสาขา โดยเฉพาะสาขาโรงแรมและภัตตาคาร ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น 15.8 % เนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีสูงถึง 9 ล้านคน เพิ่มขึ้น 15.5% รายได้จากการท่องเที่ยวอยู่ที่ 4.94 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.7% และอัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ 69.9% เพิ่มขึ้น 61.8% นอกจากนี้สาขาก่อสร้าง ยังขยายตัวได้ที่ระดับ 11.2% ส่วนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยอัตราการว่างงานยังต่ำกว่า 1% อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ย ติดลบ 0.5% และบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 585,060 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 16.6% ของจีดีพี

นายปรเมธี กล่าวว่า นอกจากนี้ สศช.ยังได้ปรับช่วงประมาณการเศรษฐกิจในปี 2559 ให้แคบลง โดยคาดว่าทั้งปีน่าจะขยายตัวได้ที่ระดับ 3–3.5% จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัวได้ 2.8–3.8% เนื่องจากโอกาสที่เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้เกิน 3.5% ลง เพราะข้อจำกัดของเศรษฐกิจโลกต่อภาคการส่งออกที่มีความชัดเจนมากขึ้น ขณะเดียวกันโอกาสที่เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวต่ำกว่า 3% ก็มีน้อยมาก เพราะไตรมาส1/2559 สามารถขยายตัวได้เกิน 3% และยังมีปัจจัยบวกมาสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจของรัฐบาลในช่วงที่เหลือของปี รวมถึงแนวโน้มการปรับตัวดีขึ้นของการผลิตภาคเกษตรในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งคาดว่าจะได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการสิ้นสุดของปรากฎการณ์เอลนิโญ่

“จากการขยายตัวของเศรษฐกิจในไตรมาสแรกจะมีแรงส่งไปยังไตรมาสต่อๆไป อาจทำให้ตัวเลขจีดีพีในไตรมาสต่อๆไปของปีนี้สูงกว่าในไตรมาสที่ 1 ได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม แต่ประเด็นการบริหารนโยบายเศรษฐกิจในปี 2559 ควรให้ความสำคัญ กับประเด็นต่างๆได้แก่ การเบิกจ่ายงบประมาณและการดำเนินการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ การเบิกจ่ายงบประมาณตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การดูแลค่าเงินบาทไม่ให้ผันผวนมากและเคลื่อนไหวสอดคล้องกับเงื่อนไขทางเศรษฐกิจ การฟื้นฟูและเตรียมความพร้อมเกษตรกรสำหรับการเพาะปลูกในปีการผลิต2559/60 การสนับสนุนให้ภาคเอกชนลงทุนเพิ่มขึ้นโดยใช้ประโยชน์จากมาตรการสิทธิประโยชน์ของภาครัฐ การขับเคลื่อนภาคการส่งออกและอุตสาหกรรมเป้าหมาย”นายปรเมธีกล่าว

Advertisement