อุตฯหารือพลังงานสรุปความร่วมมือ8ด้าน ‘กุลิศ’เร่งแผนจัดการขยะใช้งบ 2,500ล.บูรณาการ4กระทรวง ดันแผนจัดการซากแผงโซลาร์-แบตอีวีเก็บเงิน30%เข้ากองทุนหากไร้แผนกำจัด
นายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเปิดเผยถึงการหารือร่วมกับ นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน ที่กระทรวงอุตสาหกรรม ว่า เมื่อเร็วๆนี้ 2 กระทรวงได้หารือถึงความร่วมมือด้านพลังงานที่สอดคล้องกับร่างแผนแม่บทยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีและแผนอื่นๆที่เกี่ยวข้อง โดยมีการหารือหลายประเด็น อาทิ การกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์ (แผงเซลล์แสงอาทิตย์ หรือ แผงโซลาร์) เห็นควรให้มีหน่วยงานกลางในการดำเนินงาน จัดทำฐานข้อมูลร่วมกันและดำเนินการร่วมกันแบบบูรณาการระหว่างกระทรวงให้มีแผนการกำจัด/ทำลายแผงเซลล์แสงอาทิตย์ แบตเตอรี่รถยนต์ที่ถูกต้องตามหลักอาจใช้แนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน(เซอร์กูล่า อีโคโนมี) จากปัจจุบันมีขยะจากภาคอุตสาหกรรม 30 ล้านตันต่อปี ขยะอันตราย 3 ล้านตันต่อปี ซึ่งส่วนใหญ่ใช้วิธีฝังกลบ จึงอยากจะหาแนวทางในการนำไปใช้เป็นพลังงานไฟฟ้าแทน
“กระทรวงพลังงานเสนอว่าอาจนำเงินจากกองทุนอนุรักษ์พลังงานซึ่งมีกว่า 2,000 ล้านบาท มาบริหารจัดการขยะจากภาคอุตสาหกรรมด้วย”นายพสุกล่าว
เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว

นายพสุกล่าวว่า ได้หารือถึงมาตรฐานยูโร 5 ทั้งรถยนต์และน้ำมัน โดยในส่วนกระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.)ได้หารือผู้ประกอบการรถยนต์ คาดว่ามาตรฐานรถยนต์ยูโร5 จะสามารถบังคับใช้ได้ภายในปี 2564 การส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า(อีวี) การจัดตั้งศูนย์สารสนเทศพลังงานแห่งชาติ การพัฒนาปิโตรเคมีระยะที่ 4 ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก รองรับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) การประหยัดพลังงานในภาคอุตสาหกรรมระยะ 5 ปี (ปี 2561-2565) ที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนการอนุรักษ์พลังงาน รวม 5 ปี 1,000 ล้านบาทเพื่อประหยัดพลังงานไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท นอกจากนี้ได้หารือถึงการตั้งศูนย์วัน-สต็อป-เซอร์วิศด้านพลังงาน มีแผนการดำเนินงาน โดยพ.ร.บ. การประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 อยู่ระหว่างการปรับปรุง การจัดตั้งวิสาหกิจเพื่อสังคมในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม โดยความร่วมมือทั้งหมด กระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงพลังงานจะร่วมผลักดันผ่านคณะทำงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
นายกุลิศกล่าวว่า คณะกรรมการเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ที่มีพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรับมนตรี เป็นประธานได้อนุมัติวงเงิน 6,800 ล้านบาท จำนวน 400 โครงการด้านการอนุรักษ์พลังงาน ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะเพิ่มลดหรือไม่เพื่อให้เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุด ขณะเดียวกันได้อนุมัติกรอบวงเงินไม่เกิน 2,500 ล้านบาทเพื่อใช้ในการสนับสนุนกิจการไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะ โดยกระทรวงพลังงานจะทำงานร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คาดว่าจะมีความชัดเจน อาทิ สถานที่ตั้งโรงไฟฟ้า เบื้องต้นจะนำแผนสร้างโรงไฟฟ้าขยะชุมชน 12 แห่งของกระทรวงมหาดไทยมารวมด้วย การเลือกใช้เทคโนโลยี การจัดการวัตถุดิบ โดยจะเริ่มดำเนินการได้ภายในเดือนเมษายนนี้
นายกุลิศกล่าวว่า อีกประเด็นที่กระทรวงพลังงานจะเร่งดำเนินการคือ การทำแผนจัดการซากแผงโซลาร์ที่อีก 20 ปีข้างหน้าจะมีปริมาณสูงจากการสนับสนุนจากภาครัฐที่กำหนดในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า(พีดีพี20ปี) รวมทั้งแบตเตอรี่รถยนต์ ทั้งรถยนต์ไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้า(อีวี) โดยจะทำงานร่วมกับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงอุตสาหกรรมที่ดูแลการผลิต เบื้องต้นจะเสนอให้มีการจัดทำแผนจัดการซากอิเล็กทรอนิกส์ โดยจะกำหนดให้ผู้ผลิตต้องมีส่วนในการกำจัดเพื่อแผงโซลาร์หรือแบตฯหมดอายุ หากไม่ดำเนินการจะต้องจ่ายเงินเข้ากองทุนไม่ต่ำกว่า 20-30% เพื่อใช้กำจัดทั้งระบบ คำนวณจากการได้รับยกเว้นภาษีจากรัฐในอัตราดังกล่าว คาดว่าแผนดังกล่าวจะมีความชัดเจนภายในไตรมาส2ของปีนี้

