นายสืบศักดิ์ สืบภักดี นักวิจัยด้านโทรคมนาคม ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยถึงกรณีการขยายระยะเวลาการชำระค่าใบอนุญาตคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ ตามที่ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (โอเปอเรเตอร์) ทั้ง 3 ราย ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส, บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือทรู และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ได้มีการยื่นหนังสือถึงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า การพิจาณาขยายระยะเวลาการชำระค่าใบอนุญาตคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ออกไป ส่วนตัวมองว่า ขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัย ได้แก่ 1.ไม่ควรขยายระยะเวลาการชำระค่าใบอนุญาตออกไป หากโอเปอเรเตอร์ ไม่มีการลงทุนเพิ่มในการเข้าร่วมการประมูลคลื่นความถี่ทั้งในย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ หรือ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ในครั้งต่อไป และ 2.ควรมีการขยายระยะเวลาการชำระค่าใบอนุญาตออกไป หากโอเปอเรเตอร์ ทั้ง 3 ราย มีความประสงค์ที่จะเข้าร่วมการประมูลคลื่นความถี่ครั้งต่อไป เนื่องจากต้องการถือครองคลื่นความถี่สำหรับรองรับ 5G ที่หากเกิดขึ้นจะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ
“เงื่อนไขในการขยายระยะเวลาการชำระค่าใบอนุญาต ควรเป็นไปตามกรอบที่กระทรวงการคลัง หรือสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เคยนำเสนอ คือต้องไม่ทำให้รัฐเสียประโยชน์ เช่น มีการคิดอัตราดอกเบี้ยเชิงนโยบาย รวมถึงมีการกำหนดระยะเวลาการชำระค่าใบอนุญาตที่ชัดเจน เป็นต้น ทั้งนี้ อาจจะมีการกำหนดเงื่อนไขที่ชัดเจนไปเลยว่า หากขยายระยะเวลาการชำระค่าใบอนุญาตแล้วต้องเข้าร่วมการประมูล แต่หากไม่เข้าร่วมการประมูลครั้งต่อไป ต้องกลับไปสู่เงื่อนไขเดิมที่ไม่มีการขยายระยะเวลาการชำระ” นายสืบศักดิ์ กล่าว
นายสืบศักดิ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม การขยายระยะเวลาการชำระค่าใบอนุญาตคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ออกไป อย่างเดียวคงไม่เพียงพอ กสทช. ควรจะมีการพิจารณาถึงหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการประมูลคลื่นความถี่เพื่อรองรับ 5G ใหม่ ซึ่งมีความแตกต่างจากระบบ 3G และ 4G เดิม โดย 5G จำเป็นต้องใช้แบนด์วิธ หรือความกว้างของแถบคลื่นความถี่ ที่ทำให้การรับและการส่งข้อมูลมีความรวดเร็ว ซึ่ง โอเปอเรเตอร์ จะต้องถือครองคลื่นความถี่เป็นจำนวนมาก การเคาะใบอนุญาตครั้งละ 5 หรือ 15 เมกะเฮิรตซ์ จึงไม่ใช่กระบวนการที่สอดคล้องกับ 5G ที่จะเกิดขึ้น และเชื่อว่า โอเปอเรเตอร์ทั้ง 3 ราย มีความคิดเห็นในเรื่องนี้ไม่ต่างกัน
“กรอบเวลาในการขยายการชำระค่าใบอนุญาต ไม่สามารถระบุได้ว่าควรจะขยายออกไปกี่งวด กี่ปี แต่การขยายระยะเวลาการชำระจะทำให้โอเปอเรเตอร์มีความยืดหยุ่นด้านเงินลงทุน อีกทั้ง เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ควรทำไม่ใช่เฉพาะในกิจการโทรคมนาคม แต่เกิดขึ้นได้กับระบบโครงสร้างพื้นฐานที่จะนำพาความเจริญมาสู่ประเทศได้ ซึ่งกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง กสทช. และรัฐบาล ต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้โอเปอเรเตอร์ทุกรายอยู่ในบรรทัดฐาน และหลักเกณฑ์เดียวกัน ป้องกันการเกิดข้อครหาจากสังคม” นายสืบศักดิ์ กล่าว
นายสืบศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่า เรื่องดังกล่าวอาจไม่มีความจำเป็นต้องใช้มาตรา 44 แต่ต้องพิจารณาว่าจะสามารถใช้ช่องทางใดได้บ้าง ซึ่งการใช้มาตรา 44 น่าจะได้ในเรื่องของความรวดเร็ว ขณะที่การใช้หลักเกณฑ์ของการประกาศ หรือหลักเกณฑ์ทั่วไป อาจทำให้การพิจารณาเสร็จสิ้นไม่ทันการประมูลคลื่นความถี่ครั้งต่อไป ที่ กสทช. ระบุว่า จะเกิดขึ้นในช่วงเดือนธันวาคมนี้
เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว


