นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ (แบงก์รัฐ) ได้รับมอบหมายจากกระทรวงการคลังให้ไปหารือกันเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาถึงการดำเนินโครงการสินเชื่อบ้านสำหรับผู้สูงอายุในลักษณะการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน (Reverse Mortgage) ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสังคมชราที่กำลังเกิดขึ้นในไทย กระทรวงการคลังจึงอยากให้แบงก์รัฐ ธนาคารพาณิชย์หรือแม้แต่บริษัทประกันภัย ออกผลิตภัณฑ์มาแข่งขันกัน โดยทางกระทรวงการคลังจะพยายามสรุปให้ได้ภายในปีนี้ เพราะเรื่องนี้มีแนวคิดกันมานาน แต่ยังไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในไทย
นายกฤษฎากล่าวว่า สินเชื่อบ้านสำหรับผู้สูงอายุ คือ ให้ผู้สูงอายุเกินกว่า 60 ปี นำบ้านมาขอสินเชื่อธนาคาร โดยธนาคารจะให้เงินกับผู้กู้เป็นรายเดือนจนกว่าจะเสียชีวิต รวมถึงผู้กู้เงินยังสามารถอาศัยในบ้านดังกล่าวได้จนกว่าเสียชีวิต หากเสียชีวิตแล้วมูลค่าสินทรัพย์มากกว่าเงินกู้ ส่วนต่างจะตกเป็นของทายาท และเปิดโอกาสให้ทายาทมาไถ่ถอนบ้านคืนได้ แต่หากไม่มีทายาททรัพย์สินจะตกเป็นของธนาคารที่สามารถนำไปขายทอดตลาด
นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า ธอส.รับนโยบายมาจากกระทรวงการคลังในเรื่อง Reverse Mortgage แล้ว โดยจะเป็นหนึ่งโครงการที่ ธอส.จะดำเนินการเพื่อให้สอดรับกับสังคมผู้สูงอายุ
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ออมสินพร้อมดำเนินการ Reverse Mortgage โดยกำลังคิดโมเดลที่จะปล่อยสินเชื่อว่าจะเป็นรูปแบบใด ในเบื้องต้นอาจให้กู้ 80% ของมูลค่าบ้านในปัจจุบัน

