“สหไทย”กังวลช่วงเปลี่ยนการเมือง ต่างชาติชะลอคำสั่งซื้อ ยาวถึงหลังสงกรานต์   

25.02.19 | 14:40 น.

นายบัญชัย ครุจิตร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สหไทย เทอร์มินอล จำกัด (มหาชน) หรือ PORT เปิดเผยว่า มีความกังวลในเรื่องของปัจจัยการเมืองในประเทศไทยที่ยังมีความไม่แน่นอน เนื่องจากหากมีการเปลี่ยนรัฐบาลชุดใหม่ จะทำให้การติดต่อประสานงานกับต่างประเทศต้องสะดุดลง เพราะที่ผ่านมาเมื่อมีการเปลี่ยนผ่านจะต้องมีการปรับเปลี่ยนการดำเนินงานในสักระยะ ก่อนที่จะเดินหน้าต่อไป ส่วนปัจจัยต่างประเทศยังเป็นเรื่องของภาวะสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน ที่มีผลกระทบทำให้การส่งออกไทยชะลอตัวลง จึงมองว่าหากการเจรจาการค้าสามารถคลี่คลายได้ จะทำให้การส่งออกปรับตัวดีขึ้น ซึ่งมองว่าช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์น่าจะเป็นช่วงที่ทิศทางการส่งออกจะดีขึ้น

“การที่เงินบาทแข็งค่าขึ้นทำให้ส่งผลกระทบต่อตัวเลขในภาคการส่งออก แต่เป็นผลดีกับการนำเข้า จึงมองว่าภาคธุรกิจที่ต้องนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ ควรเร่งนำเข้าในช่วงนี้ เพราะจะสามารถซื้อสินค้าได้ในราคาที่ต่ำลง โดยมองว่าตัวเลขการเติบโตในเดือนมกราคม จะชะลอตัวลง ทำให้เดือนกุมภาพันธ์ น่าจะฟื้นตัวดีขึ้น แต่รวมแล้วไตรมาสแรกของปีน่าจะเติบโตแบบทรงตัว” นายบัญชัย กล่าว

นายบัญชัย กล่าวว่า ปี 2562 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 10% จากปี 2561 โดยตั้งเป้ารักษาอัตรากำไรสุทธิที่ 7-12% จากปีก่อนที่มีกำไร 8.77% ถึงแม้ผลประกอบการในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้จะออกมาทรงตัว แต่หากภาวะสงครามการค้าเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นและการเมืองมีความชัดเจนมากขึ้น เชื่อว่าไตรมาส 2 ตัวเลขเศรษฐกิจจะปรับตัวดีขึ้นแน่นอน โดยถึงแม้จะมีปัจจัยในเรื่องเงินบาทแข็งค่า แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจมากนัก เนื่องจากผู้ประกอบการยังมีความต้องการในการนำเข้าวัตถุดิบเพื่อผลิตสินค้าบริโภคอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้เศรษฐกิจจะชะลอตัวลง แต่การขนส่งสินค้านำเข้าและส่งออกยังเติบโตได้ดี

นายบัญชัย กล่าวว่า ส่วนการจัดตั้งบริษัท บางกอกโลจิสติกส์ พาร์ค จำกัด ร่วมทุนกับกลุ่มเฟรเซอร์สฯ (ไทคอน) จัดตั้งเพื่อพัฒนาโครงการโลจิสติกส์พาร์คและศูนย์กระจายสินค้าบนพื้นที่กว่า 50 ไร่ ในเขตพื้นที่ขอบเมืองกรุงเทพมหานคร เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่มีการเติบโตแบบก้าวกระโดดสอดรับเทรนด์ธุรกิจยุคดิจิทัล โดยคาดจะใช้งบลงทุน 800 ล้านบาท ซึ่งจะสามารถเปิดใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบในช่วงไตรมาสที่ 3 ปี 2563 รวมถึงการจัดตั้งบริษัท บางกอก ริเวอร์ เทอมินอล จำกัด เพื่อลงทุนในโครงการท่าเรือแห่งใหม่ ร่วมกับบริษัท APM Terminals จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ A.P.Moller-Maersk สายเรืออันดับหนึ่งของโลก และกลุ่มน้ำตาลมิตรผล เพื่อรองรับการขยายตัวของการนำเข้าและส่งออกของประเทศที่เพิ่มมากขึ้น