ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะหุ้นวันนี้ว่า หุ้นเคลื่อนไหวในแดนบวก โดยปิดตลาดที่ระดับ 1,671.75จุด ปรับเพิ่มขึ้น12.55จุด หรือ 0.76% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดระหว่างวันที่ 1,674.54 และทำจุดต่ำสุดระหว่างวันที่ระดับ 1,664.92 ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 56,660.81 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น นักลงทุนสถาบันในประเทศ ซื้อสุทธิ 3,092.41 ล้านบาท นักลงทุนบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ซื้อสุทธิ 236.10 ล้านบาท นักลงทุนต่างประเทศ ขายสุทธิ 7.98 ล้านบาท นักลงทุนทั่วไปในประเทศ ขายสุทธิ 3,320.52 ล้านบาท
นายประกิต สิริวัฒนเกตุ นักกลยุทธ์การลงทุนอิสระ เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยในวันนี้ปรับตัวเป็นบวกเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นไปตามทิศทางของตลาดในภูมิภาคเดียวกัน ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาและมีตัวเลขที่คล้ายคลึงกัน แต่มีตลาดเซียงไฮ้ ที่ปรับตัวเป็นบวกสูงสุด อยู่ที่ 5.6% โดยสาเหตุมาจากนักลงทุนตอบรับความหวังในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ประกอบกับมีความเชื่อว่าสหรัฐฯจะมีการขยายกำหนดเส้นตายในการขึ้นภาษีศุลกากรออกไปอีก รวมถึงมีการเปิดเผยว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะมีการเข้าหารือร่วมกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ภายในสถานที่พักตากอากาศของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่รัฐฟลอริดาในสหรัฐฯ ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งของเดือนมีนาคมนี้ ทำให้มีความคาดหวังว่าสงครามการค้าฯจะมีทิศทางดีขึ้น จึงให้กรอบเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 1,660-1,695 จุด
“เรื่องที่ต้องระมัดระวังเป็นเรื่องของการประเมินมูลค่า (Valuation) อัตราส่วนระหว่างราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น มีหลายตัวที่เปิดเผยว่าประมาณการกำไรของบริษัทจดทะเบียนยังคงถูกปรับลดลง จนส่งผลให้ Valuation ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งตลาดปรับเป็นบวกเพิ่มขึ้น แต่กำไรของตลาดลดลง ทำให้ต้องระมัดระวังในการลงทุนมากขึ้น โดยคาดว่าเดือนมีนาคมจะชะลอตัวลดลงจากเดิม โดยกลยุทธ์ในการลงทุนแนะนำให้เน้นซื้อหุ้นที่มีขนาดใหญ่ เช่น TSCO KKP เป็นต้น”นายประกิตกล่าว

