“สมคิด”ชี้ราชการเกียร์ว่างกดศก.​ไทยช่วงแรกผันผวน

26.02.19 | 01:51 น.

“สมคิด” ชี้ ราชการเกียร์ว่าง ทำเศรษฐกิจ​ไทยช่วงแรกผันผวน แนะรัฐบาลใหม่เดินหน้านโยบายต่อเนื่องหนุนจีดีพีโตทะลุ 4.1% 

เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์​ 2562 ที่หอประชุมสำนักงานอธิการบดี​ มหาวิทยาลัย​เทคโนโลยี​ราช​มงคล​ กรุงเทพ​ฯ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษในงานประชุมคณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท. ว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้แถลงตัวเลขภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ ที่ขยายตัวทั้งปี 2561 ถึง 4.1% ซึ่งมองว่า ตัวเลขดังกล่าวได้สะท้อนถึงดัชนีทุกตัวของประเทศไทยปรับตัวดีขึ้น ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกและการส่งออกที่ชะลอตัวลง ทั้งเรื่องการบริโภคภายในประเทศ, การลงทุน รวมถึงภาคการท่องเที่ยว โดยประเทศไทยยังนับว่าการส่งออกยังแข็งแกร่งอยู่ เพราะหากมองย้อนกลับไป 10 ปีที่แล้ว การส่งออกอาจไม่ขยายตัวในระดับนี้

“ยอมรับช่วงใกล้เลือกตั้งข้าราชการเกียร์ว่าง ดังนั้นครึ่งแรกของปี 2562 นี้จะเต็มไปด้วยความผันผวน ไม่มีพลัง เพราะทุกคนหยุดดู การลงทุนทั้งในและต่างประเทศก็หยุดดู การขับเคลื่อนก็ไม่มีพลังเหมือนปีที่ผ่านมา แต่เชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้จะประคองครึ่งปีนี้ให้ผ่านไปได้” นายสมคิดกล่าว

นายสมคิด กล่าว่า หลังการเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคมนี้ ถ้ามีสัญญาณความต่อเนื่องของนโยบาย ผมเชื่อว่าครึ่งหลังของปีนี้เศรษฐกิจไทยจะไปได้ต่อเนื่องแน่นอน เพราะเรามีโครงการลงทุนอยู่ในมือ ซึ่งตอนนี้ทั้งกดทั้งอัดทั้งดันโครงการท่าเรือมาบตาพุด แหลมฉบัง สนามบินอู่ตะเภา​ เพื่อเป็นการตอกย้ำว่าอีอีซีได้เกิดแล้ว การส่งออกครึ่งปีหลังก็ไม่น่าจะเลวร้ายไปกว่าครึ่งปีแรก การบริโภคภายในก็จะดีขึ้น การผลิตภาคอุตสากรรมขยายตัว การท่องเที่ยวมีความเชื่อมั่น เมื่อทุกภาคส่วนมั่นใจขึ้นรับรองว่าเศรษฐกิจไปได้แน่นอน

ทั้งนี้ ในส่วนของภาคอุตสาหกรรมที่ยังมีความกังวลต่อค่าเงินบาทที่อาจแข็งค่าที่ระดับ 31 บาท และอาจกระทบการส่งออกนั้น อยากให้มองว่า ค่าเงินที่แข็งค่าในปัจจุบันยังสะท้อนฐานะของไทยที่เข้มแข็งสุดในภูมิภาคอาเซียนและเอเชีย ประกอบกับหนี้สาธารณะคงค้างของไทยมีเพียง 40% ของจีดีพี ซึ่งยังน้อยกว่าหลายประเทศเช่น ญี่ปุ่นที่มีหนี้สาธารณะ​สูงถึง 200% ของจีดีพี ขณะที่เงินเฟ้อเคลื่อนไหวอยู่ที่ 1% เงินชำระดุลก็เกินดุล และโดยเฉพาะยอดขายของตลาดหลักทัพย์ในช่วง 3 ไตรมาสที่ผ่านมา ก็สูงถึง 8.7 ล้านล้านบาท ซึ่งโตขึ้นจากปีก่อน 11%

Advertisement

นายสมคิด กล่าวว่า มั่นใจว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. จะดูแลค่าเงินที่แข็งค่าให้สมดุลได้ ดังนั้น จึงเชื่อว่า เศรษฐกิจไทยในครึ่งปีแรก (2562) อาจผันผวน และชะลอตัวบ้าง อาทิ การลงทุนต่างประเทศ การขับเคลื่อนงบประมาณที่อาจไม่มีพลังเหมือนปีที่ผ่านมา แต่เชื่อว่าจะสามารถประคับประคองผ่านไปด้วยดีได้ โดยเฉพาะถ้ามีสัญญาณต่อเนื่องเชิงนโยยายของรัฐบาลชุดใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง เพราะหากดำเนินตามกรอบแนวทางนโยบายที่วางไว้ เชื่อว่าครึ่งหลังปีนี้ เศรษฐกิจจะเติบโตต่อเนื่องได้แน่นอน

“ถ้าเรามัวแต่บอกว่าค่าเงินบาทถูก แต่ไม่ปรับปรุงประสิทธิภาพ ไม่ปรับเปลี่ยน ไม่พัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมต่างๆ ไม่ได้ เพราะหน้าที่ของ ส.อ.ท.ไม่ใช่ต่อรองรัฐบาล แต่จะทำอย่างไรให้อุตสาหกรรมของประเทศเปลี่ยนแปลงไปสู่ 4.0 ต้องไปหาทางร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาช่องทางและเครื่องไม้เครื่องมือ แต่ถ้าคิดมีเดินขบวนเผาเมืองเมื่อไหร่ รับรองว่าเงินบาทได้กลับไป 40 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐแน่นอน เอาไหมล่ะ” นายสมคิดกล่าว