นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ กรรมการบริหาร บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ หรือ GULF เปิดเผยว่า ในปี 2562 บริษัทฯจะออกหุ้นกู้เพิ่มอีก 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งคณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติล้ว เพื่อนำมาใช้รองรับการลงทุนโครงการต่างๆ ในอนาคต อาทิ โครงการในเวียดนามและโอมาน หรือโครงการใหม่ที่เกิดขึ้น เช่น โครงการในมาบตาพุด ซึ่งบริษัทมีแผนจะเข้าไปร่วมประมูล (บีไอดี) ด้วย เป็นโครงการในมาบตาพุด หากชนะการประมูลคาดว่าจะมีความต้องการใช้เงินทุนสูง จึงมีการตั้งงบประมาณเผื่อไว้ และจะเป็นการทะยอยออกงบลงทุน ไม่ได้ออกพร้อมกันทั้งหมด 2 หมื่นล้านบาท
นางสาวยุพาพิน กล่าวว่า บริษัทฯได้ตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้อยู่ที่ 33,000 ล้านบาท โดยมีส่วนมาจากการรับรู้รายได้เต็มปีของโรงไฟฟ้าที่เริ่มจำหน่ายไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ (ซีโอดี) ได้ในปี 2561 ส่วนปีนี้คาดว่าจะมีโรงไฟฟ้าใหม่ที่ทยอยจำหน่ายไฟฟ้าได้อีก 6 โรง แบ่งเป็นโครงการในประเทศไทย 4 แห่ง และในเวียดนามอีก 2 แห่ง ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ TTCIZ-01 จะเริ่มจ่ายไฟในเดือน มีนาคมนี้ โดยบริษัทฯถือหุ้น 49% มูลค่ากว่า 65 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และโครงการโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ TTCIZ-02 คาดจะจะเริ่มจ่ายไฟในเดือนพฤษภาคมนี้ โดยบริษัทฯถือหุ้น 90% มูลค่ากว่า 50 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
“ในปีนี้บริษัทฯเตรียมจำหน่ายไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์เพิ่มอีก 6 โรง ซึ่งคาดว่าหลังปี 2567 ไปแล้วโรงไฟฟ้าต่างๆ ที่ได้ลงทุนไปจะสามารถจำหน่ายไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ได้ครบตามแผน จึงคาดว่าจะทำให้มีรายได้ประมาณ 100,000-130,000 ล้านบาท โดยในปี 2561 บริษัทมีกำไรสุทธิรวม 3,028 ล้านบาท ลดลงราว 12% จากปี 2560 ผลพวงจากเงินบาทแข็งค่าขึ้น ทำให้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนปรับลดลงถึง 89% หรืออยู่ที่ 202 ล้านบาท แต่หากดูผลกำไรจากการดำเนินงานทั้งหมด ปรับเพิ่มขึ้น 80% โดยกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 2,826 ล้านบาท”

