นายทรงพล ชัญมาตรกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีวี ไดเร็ค จำกัด (มหาชน) หรือ TVD เปิดเผยว่า บริษัทฯตัดสินใจยุติการเข้าลงทุนในสถานีโทรทัศน์ทีวีดิจัล ช่อง 19 (ช่องสปริงนิวส์) โดยมติจากที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัท เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ให้ยุติการเข้าซื้อหุ้นบริษัท สปริงนิวส์ เทเลวิชั่น จำกัด ในเครือ บมจ.นิวส์ เน็ตเวิร์ค คอร์ปอเรชั่น จำกัด เนื่องจากกสทช. เตรียมออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ส่งผลให้เกิดการเจรจาระหว่างกันภายใต้เงื่อนไขใหม่ ซึ่งยังไม่สามารถหาข้อสรุปร่วมกันได้
อย่างไรก็ตาม การยกเลิกเข้าลงทุนในช่อง 19 จะไม่ส่งผลกระทบกับการดำเนินงานและเป้าหมายการเติบโตในปีนี้ โดยทีวี ไดเร็คยังคงเป็นผู้เช่าเวลากับช่อง 19 เพื่อผลิตรายการโฮมช้อปปิ้งออกอากาศทางสถานี และเดินหน้าขยายการลงทุนในส่วนอื่นๆ เพื่อผลักดันการเติบโตและเพิ่มศักยภาพการขายสินค้าและบริการที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
นายทรงพล กล่าวว่า ปีที่ผ่านมาบริษัทฯ มีผลการดำเนินงานเติบโตได้ดีตามเป้าหมาย โดยเฉพาะผลกำไรสุทธิถือว่าดีที่สุดในรอบ 5 ปีนับจากปี 2557 มีกำไรสุทธิ 57.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 187.41% จากปี 2561 ที่ขาดทุน 68.29 ล้านบาท ส่วนรายได้รวมอยู่ที่ 3,993.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.24% จากปีก่อนที่ทำได้ 3,329.11 ล้านบาท ปัจจัยมาจากการปรับรูปแบบโฆษณาและรายการโฮมช้อปปิ้งให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น การนำเสนอสินค้าใหม่ๆ และยอดขายช่องทางออนไลน์ที่เติบโตได้ดี ที่ประชุมบอร์ดจึงมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.08 บาท โดยจ่ายเงินปันผลระหว่างไปแล้วหุ้นละ 0.05 บาท ดังนั้นจะจ่ายปันผลงวดนี้หุ้นละ 0.03 บาท ทั้งนี้จะขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 12 มีนาคมนี้ และจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 29 เมษายน 2562
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TVD กล่าวว่า สำหรับปี 2562 บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายรายได้รวม 4,800 ล้านบาท เติบโตประมาณ 20% โดยรายได้จะมาจากธุรกิจของทีวี ไดเร็ค 3,300 ล้านบาท และจาก 6 บริษัทในเครืออีก 1,500 ล้านบาท ได้แก่ 1.ทีวีดี ช้อปปิ้ง (ถือหุ้น 65%) 2.ลาสไมล์ ไดเร็ค (ถือหุ้น 99.99%) 3.ทีวีดี โบรกเกอร์ (ถือหุ้น 99.99%) 4.ทีวีดี เซอร์วิสเซส (ถือหุ้น 99.99%) 5.เมจิก พีวอท (ถือหุ้น 60%) และ 6.ทรี-อาร์ดี (ถือหุ้น 25%) ซึ่งจะรับรู้รายได้และส่วนแบ่งกำไรตามสัดส่วนถือหุ้น ทั้งนี้กลยุทธ์หลักจะมุ่งเน้นการทำ Omni Channel Direct Marketing Experience ซึ่งจะผสมผสานการทำตลาดผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
นายทรงพล กล่าวว่า โดยช่องทาง ‘ออนไลน์ ช้อปปิ้ง’ ได้ร่วมมือเป็นพาร์ทเนอร์กับสื่อโซเชียล มีเดียชั้นนำเพื่อพัฒนากลยุทธ์การทำโฆษณาร่วมกัน และมีแผนปรับโฉมเว็บไซต์และโมบาย แอพพลิเคชั่นใหม่ ส่วนช่องทาง ‘ทีวี ช้อปปิ้ง’ จะมุ่งพัฒนารูปแบบการนำเสนอสินค้าและสปอตโฆษณาใหม่ๆ รวมถึงการสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้า ส่วนช่องทางสุดท้าย ‘ไดเร็ค ช้อปปิ้ง’ บริษัทฯ จะรุกใช้สื่อโฆษณาทางทีวีดิจิทัลช่องต่างๆ พร้อมนำเทคโนโลยีแชตบอทและ AI เข้ามาใช้งาน รวมถึงพัฒนาร้านทีวี ไดเร็ค โชว์เคส ภายใต้คอนเซปต์ใหม่และแฟล็กชิพสโตร์รูปแบบใหม่ภายในห้างสรรพสินค้า
สำหรับการดำเนินธุรกิจของบริษัทในเครือ นายทรงพล กล่าวว่า ได้วางกลยุทธ์ที่จะสร้างรายได้และผลกำไรให้แก่บริษัทแม่ เช่น ทีวีดีช้อปปิ้งที่มีแผนเพิ่มกลุ่มสินค้าใหม่ๆ, ลาสไมล์ ไดเร็ค เตรียมนำซอฟท์แวร์มาใช้เพื่อลดต้นทุนการจัดการ, ทีวีดี โบรกเกอร์ เน้นการนำเสนอประกันสุขภาพและประกันอุบัติเหตุมากขึ้นเพื่อรับเทรนด์ผู้สูงอายุ, เมจิก พีวอท เน้นการทำตลาดเข้าถึงลูกค้าโดยตรง, ทรี-อาร์ดี จะขยายธุรกิจให้บริการแพลตฟอร์มด้านการสั่งอาหาร เป็นต้น
“ปีนี้เป็นปีที่บริษัทฯ รุกหนักมากขึ้นเพื่อผลักดันการเติบโตทุกช่องทาง โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์ที่ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้เท่าตัวเป็น 20% จากปีก่อนอยู่ที่ 10% ประกอบกับเป็นปีที่บริษัทเตรียมฉลองครบรอบ 20 ปี มีแผนจัดแคมเปญใหญ่เพื่อสร้างยอดขายเติบโตตามเป้าหมาย”

