หน้าแรก เศรษฐกิจ พณ.จับมือลาซา...

พณ.จับมือลาซาด้า ชู”บ้านนาข่า”ต้นแบบชุมชนอี-คอมเมิร์ซ

28.02.19 | 13:40 น.

นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ต่อเนื่องหลังกระทรวงพาณิชย์นำคณะผู้บริหารเยี่ยมชมหมู่บ้านไป่หนิว เมืองหลินอัน มณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในต้นแบบหมู่บ้านเถาเป่าที่มีการนำระบบอี-คอมเมิร์ซ มาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการประกอบอาชีพ และสร้างรายได้เป็นผลประสบ กระทรวงฯจึงได้นำต้นแบบดังกล่าวมาประยุกต์ใช้กับผู้ประกอบการสินค้าโอทอปที่มีการรวมกลุ่มของคนในชุมชนเพื่อให้เกิดเป็นชุมชนอี-คอมเมิร์ซต้นแบบของประเทศไทย เบื้องต้น กรมฯ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุดรธานี มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี และ ลาซาด้ากรุ๊ป เจ้าของแพลทฟอร์มอี-คอมเมิร์ซ ลงพื้นที่สำรวจความพร้อมของชุมชนบ้านนาข่า จ.อุดรธานี เตรียมผลักดันให้เป็นชุมชนอี-คอมเมิร์ซต้นแบบของไทยให้กับชุมชนโอทอปในการเข้าสู่แพลทฟอร์มการค้าออนไลน์

นายวุฒิไกร กล่าวว่า ผลการสำรวจฯพบว่าชุมชนบ้านนาข่ามีความพร้อมสูงในการพัฒนาให้เป็นชุมชนอี-คอมเมิร์ซ คือ 1. เป็นตลาดและแหล่งผลิตผ้าไหม ผ้าฝ้าย ผ้าหมักโคลนระดับห้าดาวของประเทศ 2. ผ้าทอมีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักของสาธารณชนทั่วไป 3. ชุมชนการค้ามีความเข้มแข็ง 4. ผลิตภัณฑ์มีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว สวยงาม และคุณภาพดี 5. ผู้ประกอบการในชุมชนกว่า 200 ร้านค้า มีการบริหารจัดการธุรกิจอย่างเป็นระบบ 6.ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีความรู้และเข้าใจระบบการค้าออนไลน์เป็นอย่างดี 7. พร้อมเปิดรับความรู้ใหม่ๆ เพื่อพัฒนาช่องทางการตลาดให้เป็นที่รู้จักและเพิ่มยอดขาย 8. มีเครือข่ายธุรกิจในกลุ่มสิ่งทอทำให้เกิดความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ ฯลฯ ซึ่งคุณสมบัติดังกล่าวเป็นองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนาชุมชนการค้าให้กลายเป็นชุมชนอี-คอมเมิร์ซระดับแนวหน้าของประเทศ

“ ลาซาด้า จะเปิดช่องทางในเว็บไซต์เพื่อรองรับการค้าขายสินค้าชุมชนบ้านนาข่าโดยเฉพาะ ช่วยทำการประชาสัมพันธ์เพื่อให้สินค้าเป็นที่รับรู้และรู้จักมากยิ่งขึ้น พร้อมถ่ายทอดความรู้/เทคนิคสำคัญเพื่อช่วยเพิ่มยอดขายและผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าได้ง่ายมากขึ้น รวมถึง สิทธิพิเศษต่างๆ ซึ่งชุมชนบ้านหนองแวงพัฒนา จ.อุดรธานี เป็นแหล่งผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้ มะม่วงแช่อิ่ม กล้วยหอมทอง ผ้าทอมือผาสิงห์แหล่งผลิตผ้าทอมือสีธรรมชาติ และอัตลักษณ์ผ้าลายถ้ำที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ” นายวุฒิไกร กล่าว

นายวุฒิไกร กล่าวว่า จากข้อมูลของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ ETDA พบว่า ปี 2560 ประเทศไทยมีมูลค่าอี-คอมเมิร์ซทั้งสิ้นจำนวน 2,812,592.03 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นมูลค่าประเภท B2B จำนวน1,675,182.23 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 59.56 รองลงมา เป็นมูลค่าประเภท B2C จำนวน 812,612.68 ล้านบาท หรือร้อยละ 28.89 และส่วนที่เหลือ 324,797.12 ล้านบาท หรือร้อยละ 11.55 เป็นมูลค่าตามธุรกิจประเภท B2G ซึ่งเมื่อเทียบมูลค่าอีคอมเมิร์ซของปี 2560 กับปี 2559 จะพบว่ามูลค่าของประเภท B2B มีการเติบโตขึ้นร้อยละ 8.63 และประเภท B2C ที่โตขึ้นร้อยละ 15.54

Advertisement