หน้าแรก เศรษฐกิจ เอ็กโก กรุ๊ป ...

เอ็กโก กรุ๊ป โอดโรงไฟฟ้าไทยมีข้อจำกัดรอประมูลพีดีพี ควัก3หมื่นล.ลงทุนปีนี้

1.03.19 | 05:15 น.

นายจักษ์กริช พิบูลย์ไพโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือเอ็กโก กรุ๊ป เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมไฟฟ้าในประเทศไทยมีโอกาสเติบโตค่อนข้างจำกัด บริษัทฯ จึงมุ่งขยายการลงทุนในต่างประเทศเป็นหลัก โดยจะต่อยอดธุรกิจในภูมิภาคอาเซียนที่มีฐานอยู่แล้ว ได้แก่ สปป.ลาว ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และขยายการลงทุนไปยังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อาทิ เกาหลีใต้ รวมทั้งแสวงหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจใหม่ที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลัก อาทิ ธุรกิจแอลเอ็นจี โดยร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจที่เข้มแข็งอย่าง บริษัท เอสเค อีแอนด์เอส จำกัด ส่วนโอกาสการลงทุนในประเทศไทย เอ็กโก กรุ๊ป มีความพร้อมสำหรับการลงทุนตามนโยบายของภาครัฐและแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย ฉบับใหม่ (พีดีพี 2018) โดยเฉพาะการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ บริษัทฯ มีความพร้อมที่จะเข้าแข่งขันประมูลในทุกพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นภาคตะวันตก ภาคใต้ หรือภาคตะวันออก

นายจักษ์กริชกล่าวว่า ทิศทางการดำเนินธุรกิจปี 2562 เตรียมงบลงทุนไว้ประมาณ 30,000 ล้านบาท สำหรับ 3 โครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง และการซื้อหุ้นโรงไฟฟ้าพาจู ประเทศเกาหลีใต้ โดยโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง 3 โครงการ รวมกำลังการผลิตตามสัญญาซื้อขายและตามสัดส่วนการถือหุ้น 544 เมกะวัตต์ ได้แก่ โรงไฟฟ้าไซยะบุรี 160 เมกะวัตต์ ใน สปป.ลาว โรงไฟฟ้าซานบัวนาเวนทูรา 223 เมกะวัตต์ ในฟิลิปปินส์ ซึ่งทั้งสองโครงการจะก่อสร้างแล้วเสร็จและเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ ในปี 2562 และโรงไฟฟ้าน้ำเทิน 1 จำนวน 161 เมกะวัตต์ใน สปป.ลาว ซึ่งจะก่อสร้างแล้วเสร็จและเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ ในปี 2565 ทั้งนี้งบลงทุนดังกล่าวไม่นับรวมโครงการใหม่ที่จะเข้าไปลงทุนและโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา 2 โครงการ ได้แก่ โรงไฟฟ้ากวางจิ ประเทศเวียดนาม และโรงไฟฟ้าสตาร์ เอ็นเนอร์ยี่ ส่วนขยาย ประเทศอินโดนีเซีย

นายจักษ์กริชกล่าวว่า สำหรับผลประกอบการของเอ็กโก กรุ๊ป ปี 2561 ดีกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ มีกำไรสุทธิ 21,073 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 78% หากพิจารณาเฉพาะกำไรจากการดำเนินงาน บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงาน 23,372 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 152% มีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากกำไรจากการขายสินทรัพย์ 3 แห่ง จำนวน 14,177 ล้านบาท ได้แก่ ขายหุ้นที่ถืออยู่ทั้งหมดใน บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด(มหาชน) บริษัท จีเดค จำกัด และบริษัท มาซินลอค พาวเวอร์ พาร์ทเนอร์ จำกัด และมีกำไรจากการดำเนินงานปกติ จำนวน 9,195 ล้านบาท โดยคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2562 ให้จ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังของปี 2561 ในอัตราหุ้นละ 3.50 บาท หากได้รับการอนุมัติเท่ากับบริษัทฯจ่ายเงินปันผลตลอดปี 2561 ในอัตราหุ้นละ 9.50 บาท