“ยางพารา”เป็นพืชการเมืองตัวหนึ่งที่ไม่ต่างจาก”ข้าว” ไม่ว่ารัฐบาลไหนล้วนแต่ถูกสั่นสะเทือนได้ทั้งสิ้น
เฉพาะรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ชงสูตรแก้มาหลายครั้ง อัดฉีดงบประมาณเข้าอุ้มราคาก็แล้ว การให้หน่วยงานรัฐหลายแห่งใช้วัสดุยางพาราในประเทศไปใช้ในโครงการต่างๆ ก็มีทุกปี
เคยแม้กระทั่งที่ประชุมครม.เมื่อ 12 ม.ค.59 ให้องค์การคลังสินค้ารับซื้อทั้งยางดิบและยางแผ่น รวม 1 แสนตัน ในราคานำตลาดกิโลละ 45 บาท เวลานั้นเหลือแค่ 35 บาท เพื่อสนับสนุนการใช้ยางในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ
ยังมีการเสนองัดมาตรา 44 เมื่อ 19 ธ.ค.60 เข้ามาช่วยก็ทำมาแล้ว ครั้งนั้นที่ประชุมครม.เห็นชอบแนวทางการใช้ยางพาราในประเทศนำไปใช้ในโครงการใหญ่ๆ รวม 2 แสนตัน โดยเฉพาะทำถนน ถึงกับตั้งเข็มตาชั่งขายต้องกระดิกให้ได้ 65 บาท
หรือเมื่อ 21 ธ.ค.61 “กฤษฏา บุญราช” รมว.เกษตรและสหกรณ์ บอกว่า พอใจโครงการถนนยางพารา หากทุกหมู่บ้านทำ 1 กิโลเมตร จะใช้ยางรวมประมาณ 1.2-1.4 ล้านตันในปี 2562 จากที่ประเทศไทยผลิตได้ 4.1 ล้านตัน ส่งออก 3 ล้านกว่าตัน และใช้ในประเทศประมาณ 4-5 แสนตันเท่านั้น
ทำให้เกิดความหวัง เมื่อภายในประเทศมีการใช้ยางเพิ่มขึ้นประมาณ 1 ล้านตันในปี 62 จะช่วยดันราคาขึ้นไปแตะเกือบ 50 บาท และยังหวังอีกว่า มาตรการช็อปช่วยชาติในโครงการหนุนเปลี่ยนยางล้อลดภาษี ที่มีเอกชนเข้าโครงการต้องไปซื้อยางจากกยท.ที่มีสต๊อกยางในประเทศ อาจมีโอกาสให้ราคาสูงถึงกิโลละ 60 บาท
จะเห็นว่าการจะดันราคายางให้ขึ้นมาแต่ละครั้งจากมาตรการที่ระดมลงไป ในโลกความเป็นจริงก็ยังไปไม่ถึงอย่างที่ต้องการ
ล่าสุด เว็บไซต์การยางแห่งประเทศไทย แจ้งราคากลางเปิดตลาดเมื่อ 1 มี.ค.62 ที่ผ่านมา ยางแผ่นดิบคุณภาพดี อยู่ที่กิโลละ 45.62 บาท และยางแผ่นรมควันชั้น 3 อยู่ที่กิโลละ 49 บาท
ราคาดังกล่าวสะท้อนความเป็นจริง ณ ปัจจุบัน เมื่อหันไปมองดูปัจจัยอื่นๆ ประกอบ รวมทั้งราคาตลาดนอกประเทศก็ไม่ได้แตกต่างไปกว่านี้
ขณะที่หลายพรรคกำลังหาเสียง ต่างก็ร่างสูตรแก้ยางของตัวเอง จะด้วยเวลาจำกัดบนเวทีดีเบต จึงไม่มีใครอธิบายเรื่องนี้ได้ยาวๆ
ที่น่าเสียวไส้เห็นจะเป็นนักการเมืองบางคนไปขึ้นเวทีปราศรัยในวิกต่างจังหวัด ไปบอกว่าจะทำให้ราคาสูงถึงกิโล 80 บ้าง ยิ่งบางพรรคเล็กๆ มีกันไม่กี่คน กลับบอกว่าจะดันให้ถึง 200 บาท
รัฐบาลปัจจุบันอยู่มา 5 ปี ใช้ฤทธิเดช ม.44 ทำทุกวิถีทางก็ยังดันไปไม่ถึง
เรื่องราคายางที่ประชันอวดกันของนักการเมืองบางคน ชาวสวนยางก็รู้ทัน ฟังมาอย่างนี้ก็ต้องปล่อยผ่านไป คงไม่มีใครคิดตาม
ที่ผ่านมา ขนาดขอร้องให้รัฐบาลช่วยบรรเทาราคายาง จนเกิดคำพูดว่า อย่าให้เกิด 3 โลร้อยเด็ดขาด กระทรวงที่เกี่ยวข้องยังแทบกระอักโลหิตกันเลย

