“ดับบลิวพี” ลุยตลาดซีแอลเอ็มวี ตั้งเป้าโกยกำไร 321 ล้าน

1.03.19 | 19:42 น.

นางสาวชมกมล พุ่มพันธุ์ม่วง รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือดับบลิวพี กล่าวถึงแผนการดำเนินธุรกิจปี 2562 ว่า คาดว่ากำไรปี 2562 จะเติบโตดีกว่าปี 2561 ที่มีกำไรสุทธิ​ 321.48 ล้านบาท จากการบันทึกกำไรพิเศษการขายที่ดินย่านบางคอแหลม กรุงเทพฯ และขายได้สูงกว่าราคาตั้งต้นในการประมูลที่ 130 ล้านบาท จากต้นทุน 63 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถบันทึกกำไรพิเศษได้ภายในไตรมาส 2/2562

นางสาวชมกมล กล่าวว่า สำหรับแผนการดำเนินงานของบริษัทฯปีนี้ตั้งเป้าขายก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี)ปริมาณ 8.4 แสนตัน เพิ่มขึ้น 2-3% ของบริษัท ไทยแก๊ส คอร์ปอเรชั่น จำกัด ที่บริษัทฯเพิ่งเข้าลงทุน 80 % รวมถึงเพิ่มการขายในภาคครัวเรือนและอุตสาหกรรม คาดตลาดเติบโต 3-5% ขณะที่ตลาดภาคขนส่งหดตัว 3-5% โดยปีนี้คาดว่าสัดส่วนการขายในภาคอุตสาหกรรมจะเพิ่มเป็น 10% จาก 9% และภาคครัวเรือน เพิ่มเป็น 54% จาก 53% ด้านภาคขนส่งยังคงรักษาสัดส่วนการขายที่ 26% ส่วนที่เหลือเป็นการขายในภาคอื่น ๆ

นางสาวชมกมล กล่าวว่า ด้านราคาขายแอลพีจี เป็นไปตามการกำหนดของภาครัฐที่ปัจจุบันยังตรึงราคาไว้ 363 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม หากรัฐบาลยังคงตรึงราคาต่อในปีนี้คาดว่ารายได้จะเติบโตตามปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากการขายแอลพีจี เกือบทั้งหมดอยู่ภายในประเทศ และมีการส่งออกเพียง 900-1,000 ตัน ปัจจุบันอยู่ระหว่างเจราจากับโรงกลั่นเพื่อซื้อแอลพีจี เพิ่มหากบรรลุผลจะสามารถส่งออกเป็น 3,000-5,000 ตัน และมีแผนขยายฐานลูกค้าไปกัมพูชา ลาว เมียนมา​ และเวียดนาม รวมถึงมองโอกาสลงทุนธุรกิจเทรดดิ้งในสิงคโปร์ ตามนโยบายบริษัทคือเป็นผู้นำภาคพลังงานที่ครบวงจร

นายสุทัศน์ นิติกรไชยรัตน์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ กล่าวถึงความคืบหน้าการเข้าลงทุนกองเรือแอลพีจีในประเทศ ว่า น่าจะสรุปได้ในปีนี้ ซึ่งเป็นได้ทั้งการร่วมลงทุนโดยบริษัทถือหุ้นใหญ่หรือซื้อกิจการ รวมถึงแผนลงทุนธุรกิจถังแก๊สในไทยด้วย ส่วนในต่างประเทศ อยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรในสิงคโปร์และพันธมิตรต่างชาติเพื่อร่วมทำธุรกิจเทรดดิ้งพลังงานในสิงคโปร์ ทั้งแอลพีจี และอื่น ๆ รวมทั้งมองโอกาสในการทำธุรกิจแอลพีจี ในเมียนมารูปแบบทางธุรกิจเหมือนในไทย ส่วนการลงทุนในโซลาร์ฟาร์มเวียดนามได้ยกเลิกการเจรจาลงทุนในบางโครงการ หลังพบว่ามีอัตราผลตอบแทนการลงทุน (ไออาร์อาร์) ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้กว่า 10% แต่บางโครงการยังเจรจาต่อเนื่อง

“บริษัทฯ ยังมองโอกาสการลงทุนขยายคลังแอลพีจีในไทยเพิ่มเติม เพื่อรองรับกับการสำรองแอลพีจี ตามกฎหมายที่จะเพิ่มเป็น 2% ของปริมาณการค้าประจำปี 2564  และปัจจุบันอยู่ระหว่างก่อสร้างคลังแอลพีจีแห่งใหม่ ที่อ.บางปะกง คาดเสร็จปลายปี 2563 “ นายสุทัศน์ กล่าว

Advertisement