หน้าแรก เศรษฐกิจ คลังเผยยอดช้อ...

คลังเผยยอดช้อปตรุษจีนอืดใช้สิทธิแค่ 3.5 หมื่นราย คืนภาษี 5 แสน

4.03.19 | 05:53 น.

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินโครงการช้อปตรุษจีน คืนแวต5% ระหว่างวันที่ 1 -15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมามียอดการใช้จ่ายประมาณ 10 ล้านบาท ยอดคืนภาษี 5 แสนบาท จากจำนวนผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ 3.5 หมื่นราย และมีจำนวนเลขที่บัญชีธนาคารที่ลงทะเบียนราว 4 หมื่นบัญชี โดยยอดการใช้จ่ายดังกล่าว เป็นการใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิต 8.7 ล้านบาท ที่เหลือ 1.3 ล้านบาท ใช้จ่ายผ่านระบบคิวอาร์โค้ด

“ยอดใช้จ่าย 10 ล้านบาทเงินคืนภาษี 5 ล้านบาท อาจจะดูไม่มากนัก เมื่อเทียบกับงบประมาณคืนภาษีที่เตรียมไว้ 1 หมื่นล้านบาท ซึ่ง สศค.ไม่ได้วัดความสำเร็จโครงการนี้ จากยอดการใช้จ่าย เพราะไม่ได้ทำโครงการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ต้องการวางระบบ”นายลวรณกล่าว

นายลวรณกล่าวต่อว่า โครงการนี้สามารถวางระบบการชำระเงินที่แยกภาษีมูลค่าเพิ่ม(แวต) ออกจากยอดรายการใช้จ่ายและสามารถส่งข้อมูลมายังกรมสรรพากรที่สถาบันการเงินและร้านค้าต่างๆเข้าร่วมโครงการ ซึ่งจะเป็นฐานในการดำเนินโครงการอื่นๆของรัฐในระยะต่อไป

นายลวรณกล่าวว่า สำหรับเหตุที่ยอดการใช้จ่ายไม่คึกคักเท่าที่ควรอาจเป็นเพราะคนไทยชอบใช้บัตรเครดิตเพื่อซื้อสินค้ามากกว่าบัตรเดบิต เนื่องจากมีแรงจูงใจมากกว่า ในแง่ส่วนลด การสะสมแต้มและการแบ่งผ่อนชำระได้ ขณะที่ การใช้จ่ายผ่านเดบิต ไม่มีคะแนนสะสมและเรียกเก็บเงินทันที

นายลวรณกล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลธุรกรรมการเงิน ที่ประชาชนกังวลว่า ในเรื่องการเปิดเผยข้อมูลว่าจะนำไปสู่การตรวจสอบภาษี ทั้งที่ เป็นการรายงานตามกฎหมายเรื่องการอนุญาตให้นำส่งข้อมูลเท่านั้น ขณะเดียวกัน ยังมีประเด็นเรื่องของการรับเงินชดเชย ซึ่งยังมีความล่าช้าหรือได้รับเงินคืนภายในเดือนพฤศจิกายนปีนี้ ขณะที่ เมื่อเทียบกับการได้รับส่วนลดทันทีเมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต

Advertisement

นายลวรณกล่าวว่า ทั้งนี้ได้เสนอไปยังนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเพื่อดำเนินโครงการช่วงเทศกาลสงกรานต์ แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการการคลังไม่เห็นด้วย เนื่องจากกังวลว่า จะถูกมองให้เป็นเรื่องการหาเสียงก่อนการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม เมื่อกระทรวงการคลังสามารถวางระบบการชำระเงินดังกล่าวไว้เรียบร้อยแล้ว ในระยะต่อไป หากรัฐบาลใหม่ต้องการดำเนินโครงการต่อ ก็สามารถทำได้ในทันที

นายลวรณกล่าวว่า ในจำนวนประชาชนที่มาลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ 3.5 หมื่นรายนั้น แบ่งเป็นช่วงแรกที่กระทรวงการคลังเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนหรือสิ้นสุดมกราคมที่ผ่านมามีจำนวน 2.2 หมื่นราย จากนั้น ขยายระยะเวลาลงทะเบียนไปจนถึงวันที่ 15 กุมภาพันธ์มียอดลงทะเบียนเพิ่มอีกกว่า 1.2 หมื่นรายส่วนร้านค้าผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการมีจำนวน 213 ราย รวม 1.9 หมื่นสาขา แบ่งเป็นกรุงเทพมหานคร มีผู้ประกอบการ 65 ราย จำนวน 5 พันสาขา และ ต่างจังหวัด มีผู้ประกอบการ 148 ราย จำนวน 1.45 หมื่นสาขา

เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว

เพิ่มเพื่อน