รายงานข่าวจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทวันที่ 4-8 มีนาคม คาดเคลื่อนไหวในกรอบ 31.50-32.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยต้องจับตากระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายของนักลงทุนต่างชาติ ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศที่น่าจะเป็นจุดสนใจเพิ่มเติม ได้แก่ ผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) การเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน สถานการณ์เบร็กซิท การประชุมประจำปีของสภาประชาชนแห่งชาติของจีน รวมถึงดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการเดือนกุมภาพันธ์ของสหรัฐ เป็นต้น
รายงานข่าว ระบุว่า ค่าเงินบาทสัปดาห์ที่ผ่านมาพลิกกลับมาแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 1 เดือนที่ 31.76 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ สอดคล้องกับสถานะขายสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติในช่วงปลายสัปดาห์ ประกอบกับเงินดอลลาร์สหรัฐมีแรงหนุนให้แข็งค่าขึ้นจากการปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐหลังจากตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4 ปี 2561 ของสหรัฐที่ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยวันที่ 1 มีนาคม ค่าเงินบาทปิดตลาดที่ 31.68 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับระดับ 31.33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐในวันที่ 28 กุมภาพันธ์
เกาะกระแสเศรษฐกิจใกล้ตัวกับมติชน เป็นเพื่อนกันได้ที่นี่


