‘ECO sticker’ เคล็ด(ไม่)ลับ…สำหรับเลือกซื้อรถยนต์ เพื่อไม่ให้โดนหลอก!!

4.03.19 | 14:24 น.

สวัสดีทุกท่านครับ ก้าวเข้าสู่เดือนมีนาคมซึ่งเริ่มต้นฤดูร้อนอย่างเป็นทางการแล้ว และในวันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม 2562 ยังเป็นวันสำคัญที่เราคนไทยทุกคนต้องออกไปทำหน้าที่พลเมืองที่ดีกัน ผมจึงอยากเชิญชวนให้ทุกท่านไปใช้สิทธิเลือกตั้งกันครับ อีกทั้งปลายเดือนนี้ยังมีงานมหกรรมยานยนต์ของประเทศไทย THE 40th BANGKOK INTERNATIONAL MOTOR SHOW โดยภายในงานท่านจะได้ยลโฉมรถยนต์รุ่นใหม่ รวมถึงเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคตจากหลายค่ายรถยนต์ชั้นนำ ที่นำมาจัดแสดงให้ทุกท่านได้จับจองและเลือกซื้อกันครับ

สำหรับท่านใดที่กำลังตัดสินใจซื้อรถยนต์คันใหม่อยู่นั้น…ผมมีเคล็ด(ไม่)ลับดีๆ ในการพิจารณาเลือกซื้อรถยนต์อย่างไรไม่ให้โดนหลอกมาฝากกันครับ นั่นคือ ท่านสามารถสังเกตป้าย “ECO sticker” ที่ติดอยู่บนกระจกด้านหน้าหรือด้านข้างของรถยนต์ทุกคัน เพียงเท่านี้ท่านก็ทราบข้อมูลทั้งหมดของรถยนต์ที่กำลังสนใจ ซึ่งผมเชื่อว่าหลายท่านคงคุ้นหูกับคำว่า ECO sticker แต่ยังไม่ทราบว่าแท้จริงแล้ว ECO sticker คืออะไร? และมีประโยชน์อย่างไร? ผมจึงขอใช้พื้นที่นี้อธิบายให้ทุกท่านรับทราบและเข้าใจกันครับ

Eco sticker คือ ป้ายแสดงข้อมูลของรถยนต์ตามมาตรฐานสากล ถูกพัฒนาขึ้นโดยกระทรวงอุตสาหกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีข้อกำหนดให้ค่ายรถยนต์ต้องติด ECO sticker บนกระจกรถยนต์ใหม่ทุกคันที่จำหน่ายในประเทศ เพื่อยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคให้สามารถเข้าถึงข้อมูลที่สำคัญของรถยนต์บนมาตรฐานเดียวกัน โดยข้อมูลในป้ายจะบ่งบอกคุณลักษณะที่สำคัญของรถยนต์ 5 ส่วน ได้แก่ สมรรถนะรถยนต์ ข้อมูลพื้นฐานของรถยนต์ ข้อมูลผู้ผลิต/นำเข้า รายการอุปกรณ์ที่ติดตั้งจากโรงงาน และราคาขายปลีกแนะนำ เพื่อไม่ให้ผู้ซื้อโดนหลอก ตลอดจนสามารถเปรียบเทียบข้อมูลของรถยนต์แต่ละรุ่นได้ โดยพิจารณาจากสมรรถนะในด้าน “สะอาด ประหยัด และปลอดภัย” ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ครับ

“ความสะอาด” หมายถึง รถยนต์ที่ปล่อยสารมลพิษไอเสียในปริมาณน้อย โดยปกติรถยนต์จะปล่อยมลพิษไอเสียที่เกิดจากการสันดาปภายในออกมาทางท่อไอเสีย ประกอบด้วย ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM) ที่เป็นปัญหาอยู่ในปัจจุบัน ก๊าซไฮโดรคาร์บอน (HC) ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน (NOx) ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ถ้าสารมลพิษเหล่านี้ถูกปล่อยออกมาในปริมาณมาก จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ ในปัจจุบันมาตรฐานรถยนต์ของไทยเทียบเท่าเพียงมาตรฐานยูโร 4 ซึ่งปล่อยสารมลพิษโดยเฉพาะฝุ่น PM ในปริมาณที่มากกว่ารถยนต์ยูโร 5 และยูโร 6 ถึง 5 เท่าตัว ดังนั้น ควรเลือกซื้อรถยนต์ที่ผ่านมาตรฐานยูโร 5 และยูโร 6 ซึ่งปัจจุบันมีจำหน่ายแล้วในประเทศไทย เช่น รถยนต์ Eco car รุ่นที่ 2 โดยท่านสามารถสังเกตได้จากปริมาณค่า CO2 และข้อมูลระดับมาตรฐานในช่องมาตรฐานสิ่งแวดล้อม

“ความประหยัด” หมายถึง รถยนต์ที่มีอัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในปริมาณน้อย โดยท่านสามารถสังเกตได้จากตัวเลขในรูปตู้เติมน้ำมันและช่องอัตราการใช้น้ำเชื้อเพลิง ซึ่งจะบอกปริมาณเชื้อเพลิงที่ใช้เป็นหน่วยลิตรต่อระยะทางหนึ่งร้อยกิโลเมตร

Advertisement

“ความปลอดภัย” หมายถึง รถยนต์ที่มีระบบช่วยให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารมีความปลอดภัยจากการเกิดอุบัติเหตุ โดยสากลจะแบ่งออกเป็น 2 ระบบ คือ ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ (Active Safety) ได้แก่ ระบบเบรกตามมาตรฐานสากล R13 หรือ R13H และระบบปกป้องเมื่อเกิดเหตุ (Passive Safety) ได้แก่ การปกป้องผู้โดยสารจากการชนด้านหน้าและด้านข้างของตัวรถตามมาตรฐานสากล R94 และ R95 ซึ่งเป็นมาตรฐานการชนที่ทั่วโลกให้การยอมรับและใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยท่านสามารถสังเกตได้จากข้อมูลช่องมาตรฐานความปลอดภัย

นอกจากนี้ ท่านสามารถตรวจสอบความถูกต้องของป้าย ECO sticker เพียงแค่ท่านใช้โทรศัพท์มือถือสแกน QR Code บนป้ายที่ติดอยู่บนรถยนต์คันที่ท่านสนใจ จะแสดงเอกสาร ECO sticker ต้นฉบับที่ได้รับการอนุมัติจากกระทรวงอุตสาหกรรม อีกทั้งยังสามารถดูรายละเอียดของรถยนต์ทั้งหมด ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานต่อเดือน และดาวน์โหลดโบรชัวร์ผ่านทางเว็บไซต์ www.car.go.th ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมได้รวบรวมไว้เป็นฐานข้อมูลสำหรับรถยนต์ทั้งหมดที่มีจำหน่ายในประเทศไทย เพื่อให้ทุกท่านเข้าถึงข้อมูลของรถยนต์ที่ถูกต้อง โปร่งใส และเป็นประโยชน์ในการพิจารณาตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์คันใหม่ของทุกท่านครับ