หน้าแรก เศรษฐกิจ เร่งกนอ.หาพื้...

เร่งกนอ.หาพื้นที่รองรับการลงทุนกลุ่มเอ็กซอน โมบิลฯจากสหรัฐฯ ขอส่งเสริมลงทุน 3.3 แสนล้านบาท

4.03.19 | 19:21 น.

แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้เร่งรัดให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.)ศึกษาพื้นที่เพื่อรองรับการขยายการลงทุนของกลุ่มบริษัท เอ็กซอนโมบิล คอร์ปอเรชั่น จากสหรัฐอเมริกา หลังจากล่าสุดยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและเคมัภัณฑ์ต่อเนื่องกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ)แล้วเมื่อธันวาคม 2561 มูลค่าการลงทุนสูงถึง 330,000  ล้านบาทเนื่องจากมองไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียน

“ที่ผ่านมาผู้บริหารระดับสูงเอ็กซอนโมบิล จากสหรัฐอเมริกาได้หารือร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของไทยโดยแสดงความสนใจขยายการลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี)ที่ไทยส่งเสริม แต่มีเงื่อนไขต้องหาพื้นที่รองรับเนื่องจากจุดเดิมเต็มแล้วโดยต้องการ 1,000 ไร่ที่จำเป็นต้องถมทะเล ซึ่งกนอ.ได้รับไปศึกษาร่วมกับสำนักงานอีอีซี คาดว่าจะสรุปกลางปีนี้เพื่อให้ทันกับแผนการลงทุนของกลุ่มเอ็กซอนฯ”แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวกล่าวว่า ภาพรวมการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ(เอฟดีไอ) ปี 2561(มกราคม-ธันวาคม2561) พบว่า มีต่างชาติยื่นขอส่งเสริมฯจานวน 1,040 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 582,558 ล้านบาท เทียบกับปี2560 จำนวนโครงการเพิ่มขึ้น 17% มูลค่าเพิ่มขึ้น 102 %  โดยญี่ปุ่นยังคงครองแชมป์การยื่นส่งเสริมฯเป็นจำนวนโครงการมากสุดเป็นอันดับ 1 จำนวน 334 โครงการ รองลงมาเป็นจีน 131 โครงการและสิงคโปร์ 102 โครงการ ขณะที่มูลค่าสูงสุดอันดับ 1 เป็นสหรัฐอเมริกาด้วยมูลค่า 333,955 ล้านบาท รองลงมาเป็นญี่ปุ่น 74,416 ล้านบาท และจีน 59,475

“ปี 2561 สหรัฐฯมีการลงทุนในไทย 38 โครงการมูลค่ารวม 333,9555 ล้านบาท ทำให้มูลค่าการลงทุนของสหรัฐฯได้พลิกกลับมาอยู่เป็นอันดับหนึ่งแทนที่ญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกในประวัติการณ์ ผลจากการยื่นขอรับส่งเสริมการขยายการลงทุนปิโตรเคมีของเอ็กซอน โมบิล ขณะที่ปี 2560 สหรัฐมีการลงทุนรวม 33 โครงการมูลค่า 20,022 ล้านบาท “แหล่งข่าวระบุ

แหล่งข่าวกล่าวว่า จำนวนโครงการต่างชาติที่ยื่นขอส่งเสริมการลงทุนคิดเป็น 64% ของจำนวนโครงการที่ยื่นขอส่งเสริมรวมซึ่งอยู่ที่ 1,626 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนคิดเป็น  65% ของมูลค่าเงินลงทุนรวม 901,772 ล้านบาท จำนวนโครงการส่วนใหญ่เป็นหมวดบริการและสาธารณูปโภครวม 387 โครงการ คิดเป็น 37% อาทิ กิจการผลิตพลังงานไฟฟ้าหรือไอน้ำจากพลังงานหมุนเวียน กิจการวิจัยและพัฒนา รองลงมาเป็นหมวดผลิตภัณฑ์โลหะเครื่องจักรและอุปกรณ์ขนส่ง จำนวน 236โครงการ คิดเป็น 23% ขณะที่มูลค่าเงินลงทุนส่วนใหญ่อยู่ในหมวดเคมีภัณฑ์ พลาสติก และกระดาษ  343,943 ล้านบาท คิดเป็น 59% รองลงมาเป็นหมวดผลิตภัณฑ์ โลหะ เครื่องจักรและอุปกรณ์ขนส่ง มูลค่ารวม 101,208 ล้านบาท คิดเป็น   17 %

Advertisement

ทั้งนี้โครงการที่นักลงทุนต่างชาติยื่นขอรับการส่งเส ริมส่วนใหญ่อยู่ในภาคกลาง 553 โครงการ (64,228 ล้านบาท) รองลงมาคือ ภาคตะวันออก 361 โครงการ (478,782 ล้านบาท)