นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซ็ป) สมัยพิเศษ ครั้งที่ 7 เมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา ณ เมืองเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา ในฐานะประธานอาเซียน ซึ่งการประชุมประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี รัฐมนตรีอาร์เซ็ปยืนยันความตั้งใจของผู้นำอาร์เซ็ปที่จะสรุปผลการเจรจาทั้งหมดให้ได้ในปี 2562 แม้มีความกังวลต่อความท้าทายต่างๆ อาทิ การเลือกตั้งของสมาชิกหลายประเทศทั้งไทย อินเดีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และออสเตรเลีย ซึ่งอาจส่งผลต่อความก้าวหน้าของการเจรจา รวมถึงความท้าทายจากท่าทีการเจรจาที่แข็งกร้าวและความต้องการปกป้องอุตสาหกรรมภายในของบางประเทศ อาจทำให้อาร์เซ็ปไม่สามารถหาสมดุลของผลประโยชน์ระหว่างประเทศสมาชิกได้ตามเป้าหมาย
นางสาวชุติมากล่าวว่า การประชุมครั้งนี้รัฐมนตรีอาร์เซ็ปได้ร่วมกันวางแผนงานที่ชัดเจนสำหรับการเจรจา และให้ความเห็นชอบแผนการทำงานของปี 2562 รวมทั้งเน้นย้ำให้คณะทำงานเร่งเจรจาให้ได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ โดยทราบว่าการเจรจารอบบาหลีเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีความคืบหน้าทั้งเรื่องการเปิดตลาดสินค้า บริการ และการลงทุน รวมถึงเรื่องกฎเกณฑ์
“รัฐมนตรีอาร์เซ็ปตั้งเป้าให้ทุกระดับเร่งเจรจา ก่อนที่รัฐมนตรีอาร์เซ็ปจะพบกันอีกครั้งในเดือนสิงหาคม โดยมุ่งหวังให้สรุปทุกเรื่องที่เหลือ อาทิ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ การเงิน โทรคมนาคม กฎว่าด้วยด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า รวมถึงสรุปผลการเจรจาเปิดตลาดให้ได้ โดยหนึ่งในกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเจรจา คือการหารือสองฝ่ายระหว่างประเทศสมาชิกที่มีข้อเรียกร้องในการเปิดตลาดระหว่างกัน ซึ่งรัฐมนตรีอาร์เซ็ปย้ำให้ทุกประเทศเร่งให้ได้ผลลัพธ์ที่แต่ละฝ่ายสามารถยอมรับร่วมกันได้” นางสาวชุติมากล่าว
นางสาวชุติมากล่าวว่า ที่ประชุมยังขอให้สมาชิกทุกประเทศยึดหลักปฏิบัติและวินัยในการเจรจา เพื่อให้ได้ผลสัมฤทธิ์โดยเร็ว เช่น การเจรจาในทุกระดับต้องมีความยืดหยุ่น เป็นไปในเชิงบวกและสร้างสรรค์ ไม่ก่อให้เกิดปัญหา หลีกเลี่ยงการเปิดประเด็นที่ได้เห็นชอบแล้ว หรือการใช้กลยุทธ์เชื่อมโยงการเจรจาระหว่างบทอย่างไม่เหมาะสม รวมถึงสมาชิกต้องไม่ยืนยันท่าทีเดิมตลอดเวลา และพร้อมเสนอทางเลือกที่เป็นไปได้ต่อที่ประชุม โดยแต่ละประเทศไม่ควรเปลี่ยนแปลงผู้เจรจา หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ผู้เจรจาคนใหม่จะต้องได้รับข้อมูลการเจรจาที่ผ่านมาอย่างครบถ้วนในทุกประเด็น เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการเจรจาที่กำลังดำเนินอยู่ ทั้งนี้ ทุกฝ่ายเห็นพ้องกันว่าการเจรจากำลังอยู่ในโค้งสุดท้ายที่ทุกประเทศจะต้องให้ความยืดหยุ่นอย่างเต็มที่ ต้องอาศัยพลังทางการเมืองอย่างแรงกล้า พร้อมทั้งจะต้องร่วมกันหาทางออกอย่างสร้างสรรค์เพื่อเอาชนะความท้าทายต่างๆ
นางสาวชุติมากล่าวว่า ในระหว่างการประชุมครั้งนี้ ไทยได้หารือสองฝ่ายกับจีน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ โดยไทยเสนอเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมทุกระดับในปีนี้ หากประเทศสมาชิกไม่พร้อมเป็นเจ้าภาพ เพื่อเปิดโอกาสให้สมาชิกอาร์เซ็ปได้เร่งผลักดันการเจรจาให้คืบหน้า
ทั้งนี้ ระหว่างการประชุมเป็นโอกาสที่ไทยร่วมกับประเทศสมาชิกอาเซียนได้ลงนามในพิธีสารฉบับที่หนึ่งเพื่อแก้ไขความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน-ญี่ปุ่น (AJCEP) เพื่อเพิ่มข้อตกลงด้านการค้าบริการ การเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดา และการลงทุนในความตกลง AJCEP โดยพิธีสารฉบับนี้จะส่งผลให้การค้า การลงทุนกับญี่ปุ่นเจริญเติบโตมากขึ้น และคาดว่าจะมีผลใช้บังคับภายในครึ่งปีหลังของปี 2562
“ไทยจะได้ประโยชน์จากการที่ญี่ปุ่นจะเปิดตลาดสาขาบริการให้กับอาเซียนเพิ่มเติมในระดับที่สูงกว่าที่ญี่ปุ่นผูกพันไว้กับองค์การการค้าโลก (WTO) อาทิ บริการด้านวิจัยและพัฒนา บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ อีกทั้งญี่ปุ่นยังเปิดตลาดบริการเพิ่มเติมให้ตามที่ไทยเรียกร้องในสาขาก่อสร้าง ท่องเที่ยว ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าไปลงทุนในญี่ปุ่นได้อย่างครบวงจร นอกจากนี้ยังมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการคุ้มครองการลงทุนและการส่งเสริมและอำนวยความสะดวกด้านการลงทุน ซึ่งจะเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนชาวญี่ปุ่นที่มาลงทุนในไทยอีกด้วย” นางสาวชุติมากล่าว
เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว


