นางสาวกัณญภัค ตันติพิพัฒนพงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยในงานแถลงข่าวการส่งออกเดือนมกราคม 2562 ณ สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย อาคารลุมพินีทาวเวอร์ ว่า เดือนมกราคม 2562 ประเทศไทยขาดดุลการค้า 4,032 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 140,561 ล้านบาท โดยมียอดการส่งออก อยู่ที่ 18,994 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัวอยู่ที่ -5.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน ขณะที่ การนำเข้าอยู่ที่ 23,026 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน
นางสาวกัณญภัค กล่าวว่า สินค้าที่มียอดการส่งออกเดือนมกราคมหดตัว ได้แก่ กลุ่มสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร หดตัวที่ -2.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน ที่แม้ผัก ผลไม้สดแช่เย็น แช่แข็ง กระป๋องและแปรรูป ไก่สด แช่แข็งและแปรรูป และเครื่องดื่ม ยังคงมีการเติบโตในตลาด แต่ยางพารามีการหดตัวทั้งทางด้านราคาและปริมาณอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม หดตัว -5.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน โดยกลุ่มสินค้าที่มีการขยายตัว ได้แก่ นาฬิกาและส่วนประกอบ เครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์ และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำยังไม่ขึ้นรูป)
“สรท. ยังคงคาดการณ์การส่งออกปีนี้ เติบโตอยู่ที่ 5% ทั้งนี้ ยอมรับว่า ค่าเงินบาทตั้งแต่ต้นปีมีความเปลี่ยนแปลงเร็ว แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ เพราะต้องมองทิศทางในระยะยาวมากกว่าระยะสั้น ประกอบกับค่าเงินเหรียญสหรัฐที่ผันผวน จากปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ส่งผลให้การส่งออกของไทยตั้งแต้เดือนพฤศจิกายน 2561 ขยายตัวติดลบต่อเนื่อง จึงเป็นกังวลการส่งออกปีนี้จะเติบโตต่ำกว่า 5% ตามที่ สรท.คาดการณ์ไว้ โดยจะต้องดูตัวเลขการส่งออกในไตรมาสที่ 1/2562 ก่อนว่าจะเป็นอย่างไร แต่จะดูแลไม่ให้ติดลบ และจากนั้นจะทบทวนเป้าหมายการส่งออกของไทยในปีนี้ใหม่อีกครั้ง” นางสาวกัณญภัค กล่าว
นางสาวกัณญภัค กล่าวว่า ข้อเสนอแนะของ สรท. ต่อรัฐบาล ได้แก่ 1.ภาครัฐต้องกำกับดูแลค่าเงินบาทให้มีเสถียรภาพ ไม่ให้แข็งค่าสูงกว่าคู่ค้าและคู่แข่งที่สำคัญ 2.เปิดตลาดใหม่หรือตลาดทดแทน เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยง และหาตลาดรองรับสินค้า หรือการเปิดกลุ่มผู้บริโภครายใหม่ให้เหมาะสมแต่ละกลุ่มสินค้า และ 3.ภาครัฐควรเร่งเจรจาเปิดเสรีทางการค้าเพิ่มมากขึ้น เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถส่งออกสินค้าไปยังกลุ่มประเทศคู่ค้า ที่เริ่มทยอยตัดสิทธิประโยชน์ทางภาษีกับไทย

