หน้าแรก เศรษฐกิจ “AIT” กังวลหล...

“AIT” กังวลหลังเลือกตั้ง กระทบชิ่งการอนุมัติงบประมาณโครงการภาครัฐ

5.03.19 | 15:40 น.

นายศิริพงษ์ อุ่นทรพันธุ์ ประธานคณะกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ AIT เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทวางเป้าหมายการเติบโตของรายได้ที่ 5,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 18% ซึ่งมาจากการพิจารณามูลค่างานในมือที่รอรับรู้รายได้ (Backlog) ในวันที่ 1 มีนาคม 2562 อยู่ที่ 6,800 ล้านบาท โดยถือเป็นตัวเลขที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติถึง 2 เท่า และยังมีโครงการขนาดใหญ่ที่ได้รับคำสั่งซื้อเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างดำเนินการ ได้แก่ โครงการจ้างงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ มูลค่ากว่า 3,351 ล้านบาท รวมถึงโครงการอื่นๆ อีกทั้งยังมีโครงการที่คาดว่าจะเข้าร่วมประมูลในอนาคตอีกมูลค่ากว่า 13,200 ล้านบาท และมั่นใจว่าจะได้เป็นผู้ดำเนินโครงการเหล่านั้นไม่น้อยกว่า 50%

นายศิริพงษ์ กล่าวว่า บริษัทคาดการณ์ว่าแนวโน้มการประมูลงานของภาครัฐและภาคเอกชนในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารจะฟื้นตัวดีขึ้นในปีนี้ เนื่องจากเกิดการตื่นตัวจากการถูกเข้าแทรกแซงของเทคโนโลยี หรือการดิสรัปชันในยุคดิจิทัล 4.0 ส่งผลให้องค์กรธุรกิจต่างๆ ต้องเร่งปรับตัวในการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการดำเนินงานหรือปรับเปลี่ยนธุรกิจเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยการดำเนินงานในปีนี้ บริษัทฯประเมินว่าจะได้เห็นการเติบโตเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยบริษัทฯจะขยายธุรกิจในด้านการรับเหมาก่อสร้างให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่บริษัทฯ รวมถึงจะหาโอกาสเพื่อลงทุนในโครงการระยะยาวให้มากขึ้น อาทิ โรงไฟฟ้า อีกทั้งจะมีการปรับเปลี่ยนองค์กรเพื่อตอบรับเทคโนโลยีใหม่ และเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด

“มีความกังวลในช่วงหลังการเลือกตั้งระดับหนึ่ง เพราะคาดว่าจะมีผลกระทบกับการอนุมัติโครงการใหญ่ของภาครัฐ เนื่องจากมองว่า หากมีการเปลี่ยนรัฐบาลกว่าจะสามารถดำเนินการได้เข้าที่เข้าทางก็ใช้เวลาอย่างน้อย 3-4 เดือน ทำให้โครงการขนาดใหญ่ที่ต้องได้รับการอนุมัติงบประมาณต่อเนื่องอาจต้องชะงักไป แต่โครงการพื้นฐานไม่น่าจะได้รับผลกระทบไปด้วย เพราะเป็นโครงการที่ภาครัฐมีปกติ ทำให้สร้างความกังวลต่อโครงการที่ต้องมีการประมูลในอนาคต ซึ่งก็ต้องมาดูว่า โครงการเหล่านั้นอยู่ในขั้นตอนใดแล้ว ผ่านคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือยัง แล้วเข้าไปอยู่ในแผนดำเนินงานของภาครัฐหรือยัง ก็ต้องติดตามกันต่อไป”