นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กสทช. มีมติเห็นชอบในหลักการของ (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อการพัฒนาและทดสอบนวัตกรรมในพื้นที่กำกับดูแลเฉพาะ (ประกาศเซนบ็อก) และให้นำไปรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ โดยประกาศฉบับนี้เป็นไปเพื่อสนับสนุนให้เกิดการทดลองทดสอบ และเตรียมความพร้อมสำหรับเทคโนโลยี 5G ซึ่ง กสทช. จะอนุญาตให้ใช้ความถี่ในพื้นที่เฉพาะเป็นกรณีพิเศษ เพื่อให้มีการทดสอบนวัตกรรมใหม่ที่ใช้คลื่นความถี่ในพื้นที่นั้นๆ เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการลดขั้นตอนการขออนุญาต และเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น เอสเอ็มอีรายย่อย หรือนักพัฒนารายย่อย สามารถขอใช้คลื่นความถี่ได้ โดยมีการชำระค่าธรรมเนียมการขอใช้คลื่นความถี่ 5,000 บาท การขอใบอนุญาต และขยายเวลาในการใช้งานคลื่นความถี่ เพื่อทดลองทดสอบ จากเดิมอนุญาต 270 วัน เป็น 720 วัน หรือประมาณ 2 ปี
นอกจากนี้ ที่ประชุม กสทช. ยังอนุมัติวงเงิน 68,000,000 บาท จากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) สำหรับโครงการการจัดตั้งศูนย์ทดลองทดสอบ 5G หรือศูนย์ 5G เอไอ/ไอโอที อินโนเวชั่น เซ็นเตอร์ ภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อเป็นศูนย์ทดลองทดสอบรูปแบบการใช้งาน (ยูสเคส) ของ 5G บนคลื่นความถี่ย่าน 26-28 กิกะเฮิรตซ์ และ 3.5 กิกะเฮิรตซ์ ภายใต้แนวคิด สมาร์ทซิตี้ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.สมาร์ทเฮลธ์ 2.สมาร์ท โมบิลิตี้ และ 3.สมาร์ท เอ็นไวรอนเมนท์ อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวจะส่งให้บอร์ดกองทุน กทปส. พิจารณาต่อไป
ทั้งนี้ ที่ประชุม กสทช. ยังมีมติเห็นชอบให้เรียกเก็บเงินรายได้ขั้นต่ำจากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บนคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ และ 850 เมกะเฮิรตซ์ ในช่วงระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน-15 ธันวาคม 2561 ของบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค จำนวน 603,806,875 บาท โดยแบ่งเป็นรายได้ในช่วงวันที่ 16 กันยายน-31 ตุลาคม 2561 จำนวน 329,659,607 บาท และช่วงวันที่ 1 พฤศจิกายน-15 ธันวาคม 2561 จำนวน 274,174,268 บาท
พร้อมกันนี้ ที่ประชุม กสทช. ยังได้เห็นชอบ แนวทางการนำค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าเช่าท่อร้อยสายใต้ดิน และค่าดำเนินการนำสายสื่อสารลงดิน มาหักลดหย่อนจากรายได้ที่ต้องจัดสรร เพื่อนำไปใช้ในการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึง และบริการเพื่อสังคม (ยูโซ่) (กรณีค่าใช้จ่ายในการนำสายสื่อสารลงดิน) ได้โดยแต่ละบริษัทสามารถหักลดหย่อนได้ไม่เกิน 200 ล้านบาท/ปี/บริษัท ซึ่งเป็นไปตามประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดเก็บรายได้เพื่อนำไปใช้ในการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบกิจการสื่อสารนำสายลงดินและจัดระเบียบสายสื่อสารตามนโยบายรัฐบาล
เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว


