หน้าแรก เศรษฐกิจ เวทีเจรจาล่ม!...

เวทีเจรจาล่ม!! เจ้าของรง.กะทิเคาะราคาซื้อมะพร้าว 8 บ. ตัวแทนเครือข่ายชาวสวนแฉตั้งเงื่อนไขหวังนำเข้า

6.03.19 | 11:52 น.

วันที่ 6 มีนาคม น.ส. สุรีรัตน์ แต้ชูตระกูล นักวิชาการเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนมะพร้าว จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า หลังจากตัวแทนเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนในจังหวัดกว่า 30 ราย ร่วมประชุมกับกลุ่มผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมกะทิ จัดโดยกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์มีเป้าหมายให้เกษตรกรพบกับเจ้าของโรงงานโดยตรง เพื่อสอบถามแนวทางการรับซื้อผลผลิตในประเทศ ทดแทนการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านตามกรอบการค้าเสรี แต่การเจรจาไม่บรรลุเป้าหมายเนื่องจากโรงงานต้องการซื้อผลผลิตมะพร้าวราคาหน้าโรงงานผลละ 8 บาท ทำให้ชาวสวนไม่สามารถรับเงื่อนไขได้ เนื่องจากมีค่าต้นทุนตั้งแต่การเก็บ การขนส่ง และปัจจุบันราคาหน้าสวนอยู่ที่ผลละ 7 – 8 บาท และตั้งข้อสังเกตว่า ด้วยเงื่อนไขดังกล่าว เร็วๆนี้จะมีแนวโน้มการนำเข้าอย่างแน่นอน ขณะที่การประชุมดังกล่าวหลายฝ่ายแสดงความข้องใจ กรณีสำนักงานเกษตร จ.ประจวบคีรีขันธ์ ส่งตัวแทนด้านการประมงของสภาเกษตรจังหวัดไปเข้าร่วมด้วยเหตุผลใด

นายสายชล จ้อยร่อย เจ้าของบริษัท นิลทองแท้ จำกัด ผู้ผลิตมะพร้าวขาวมากที่สุดในประเทศ ที่ ต. อ่างทอง อ.ทับสะแก กล่าวว่า จากกรณีกรมการค้าภาย กระทรวงพาณิชย์ จะใช้เงินกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรรับซื้อเนื้อมะพร้าวแห้งในปี 2562 ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 13.4 ล้านบาท รับซื้อตามโควตา 2 พันตัน เป็นการช่วยเหลือชาวสวนและ”ล้ง” ที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ด้านการตลาด ปริมาณผลผลิตภายในประเทศและความต้องการที่แท้จริงของชาวสวนเหมือนเกาไม่ถูกที่คัน เนื่องจากในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีแหล่งปลูกมะพร้าวคุณภาพดีที่สุด เกตษรกรไม่ได้ทำมะพร้าวแห้งเป็นอาชีพหลัก ดังนั้นคาดว่าผลผลิตที่หน่วยงานรัฐจะรับซื้อในราคานำตลาดจะมีน้อยมาก และต้องระมัดระวังปัญหาการทุจริตในการจัดซื้อ ขณะที่ปัจจุบันราคามะพร้าวขาวรับซื้อหน้าโรงงาน (กิโลกรัม ) ละ 15 บาท ส่งผู้ผลิตปลายทาง กก.ละ 17 บาท มะพร้าวผลเฉลี่ยที่ราคาผลละ 7 – 8 บาทมีแนวโน้มราคาเริ่มขยับสูงขึ้นเนื่องจากผลผลิตในประเทศเริ่มมีน้อยลง

นายพงษ์ศักดิ์ บุตรรักษ์ แกนนำเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนมะพร้าว อ.บางสะพาน กล่าวว่า เมื่อเดือนตุลาคม 2561 เครือข่ายฯได้เรียกร้องให้ภาครัฐรับซื้อมะพร้าวแห้ง เพื่อนำไปสกัดทำน้ำมันมะพร้าว ช่วยเหลือชาวสวน และ “ล้ง” จำนวน 180 แห่งในจังหวัด เนื่องจากมีมะพร้าวหลายล้านผลขายไม่ออกและเริ่มงอก แต่ปัจจุบันผลผลิตได้รับความเสียหายจำนวนมาก ดังนั้นการใช้งบ 13.4 ล้านรับซื้อในจังหวัดจึงไม่มีประโยชน์และเสี่ยงกับการทุจริตจากการสวมสิทธิ ทั้งที่ภาครัฐควรนำงบส่วนนี้ที่รับซื้อหลายจงหวัดทั่ว ส่งเสริมด้านการตลาดในภาพรวมหรือเร่งรัดออกระเบียบการนำเข้า การเคลื่อนย้ายให้ชัดเจน รวมทั้งการสำรวจผลผลิตในประเทศให้ได้ตัวเลขที่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงก่อนพิจารณานำเข้ามะพร้าวนอกจะมีประโยชน์มากกว่า