นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ (ฉบับที่ . …) พ.ศ. … โดยได้แก้ไขร่างกฎหมายฉบับเดิมปี 2542 ให้มีความครอบคลุมและปิดช่องโหว่ของกฎหมายฉบับเดิม ทั้งการเพิ่มเติมบทบัญญัติในส่วนของการตอบโต้การทุ่มตลาด (AD) และการตอบโต้การอุดหนุน (CVD) การเพิ่มเติมมาตราในส่วนของคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุน (ทตอ.) เพื่อให้เกิดความชัดเจนและสอดคล้องกับกฎหมายอื่นมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญที่สุดได้เพิ่มเติมบทบัญญัติว่าด้วยการตอบโต้การหลบเลี่ยงมาตรการ AD/CVD หรือเรียกว่า Anti-Circumvention (AC) ไว้ในกฎหมายฉบับใหม่ด้วย ซึ่งตามขั้นตอน พ.ร.บ.ฉบับนี้ จะมีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 180 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
นายอดุลย์ กล่าวว่า สำหรับการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้ ทั้ง AD/CVD มี 4 ประเภท คือ 1.Slight modification หรือการแก้ไขดัดแปลงสินค้าที่ถูกใช้ AD/CVD เพียงเล็กน้อย เช่น เอาเหล็กขนาด 40 นิ้ว ซึ่งไม่ถูกอากร AD เข้ามา แล้วมาตัดเหลือ 20 นิ้ว เพื่อจำหน่าย โดยหลบเลี่ยงไม่นำเข้าเหล็กขนาด 20 นิ้ว ที่โดน AD 2.Transshipment หรือการส่งสินค้าที่ถูกใช้ AD/CVD ผ่านประเทศที่ไม่ถูกใช้มาตรการ AD/CVD เช่น สินค้าจีนโดน แต่ส่งไปเวียดนามแล้วส่งออกมายังไทยอีกต่อหนึ่ง
นายอดุลย์ กล่าวว่า 3.Channelling หรือการส่งสินค้าที่ถูกใช้ AD/CVD ผ่านผู้ส่งออกที่ถูกเรียกเก็บอากรในอัตราที่ต่ำกว่าอากรของบริษัทตนเอง และ 4.Completion และ Assembly operation คือ การนำสินค้าที่โดน AD/CVD ที่ยังทำไม่สำเร็จมาทำให้สำเร็จในไทยหรือประเทศอื่นที่ไม่ถูกเก็บอากร และการนำชิ้นส่วนของสินค้าที่ถูกใช้ AD/CVD ที่ผลิตจากประเทศที่ถูกใช้มาตรการ มาประกอบเป็นสินค้าในไทยหรือประเทศอื่นที่ไม่ถูกเก็บอากร
นายอดุลย์ กล่าว ถ้าผู้ประกอบการภายในประเทศ พบเห็นหรือได้รับผลกระทบจากสินค้าที่หลบเลี่ยงการถูกใช้มาตรการ AD/CVD สามารถยื่นเรื่องให้กรมฯ พิจารณาเปิดไต่สวนได้ โดยจะใช้ระยะเวลาไต่สวน 9 เดือน ขยายเวลาได้ไม่เกิน 3 เดือน และในระหว่างไต่สวน กรมศุลกากรจะมีการจัดทำทะเบียนการนำเข้าสินค้าที่ถูกไต่สวน AC โดยไม่มีการเรียกเก็บหลักประกันอากร แต่หากไต่สวนแล้วพบว่ามีการหลบเลี่ยงจริง ก็จะเก็บอากรย้อนหลังนับตั้งแต่วันที่มีการนำเข้า โดยอัตราอากรที่เรียกเก็บจะไม่เกินอัตราสูงสุดที่เรียกเก็บกับสินค้าที่ถูกใช้มาตรการ AD/CVD จากประเทศผู้ส่งออกในการไต่สวน AD/CVD เดิม
นายอดุลย์ กล่าว กรมฯ ยืนยันว่า การเพิ่มเติมบทบัญญัติว่าด้วย AC ในกฎหมาย จะช่วยให้การบังคับใช้มาตรการ AD/CVD มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และก่อให้เกิดการค้าที่เป็นธรรม โดยผู้ที่กระทำการค้าโดยสุจริตอย่าได้กังวลกับการประกาศใช้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ เนื่องจากการไต่สวน AC จะมุ่งไต่สวนเฉพาะบริษัทที่ถูกกล่าวหาว่ามีการหลบเลี่ยงมาตรการ AD/CVD เท่านั้น และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายยังสามารถเข้าร่วมกระบวนการไต่สวนและร่วมให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนได้ตลอดกระบวนการไต่สวนอีกด้วย
“ร่างแก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.บ.การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศแล้ว ช่วยอุดช่องโหว่ของกฎหมายเดิม สามารถใช้แก้ปัญหาการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้ และจะช่วยปกป้องอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบได้ดีขึ้น โดยเพิ่มเติม 22 มาตราที่คุมเข้มการหลบเลี่ยงภาษี ซึ่งกฎหมายเดิมไม่มีสำหรับกระบวนการไต่สวนอุตสาหกรรมในประเทศต้องยื่นคำร้องขอเปิดการไต่สวน และกรมฯจะไต่สวนเฉพาะบริษัทที่ถูกกล่าวหาว่ามีการหลบเลี่ยงมาตรการ ตามที่มีการระบุไว้ในคำขอเท่านั้น ผู้ทำการค้าโดยสุจริตจะไม่ถูกไต่สวนตามกระบวนการ จึงไม่ต้องกังวลกับการประกาศใช้พ.ร.บ.ฉบับนี้ ขณะเดียวกัน ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ยังสามารถเข้าร่วมกระบวนการไต่สวนโดยร่วมให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตน กรมฯจะใช้เวลาไต่สวน 9 เดือน ขยายเวลาได้ไม่เกิน 3 เดือน นับแต่วันประกาศเปิดการไต่สวน และในระหว่างการไต่สวน กรมศุลกากรจะจัดทำทะเบียนการนำเข้าสินค้าที่ถูกไต่สวน โดยไม่มีการเรียกเก็บหลักประกันอากร แต่หากไต่สวนพบว่ามีการหลบเลี่ยง จะเรียกเก็บอากรย้อนหลังตั้งแต่วันที่มีการจัดทำทะเบียนการนำเข้า โดยกฎหมายดังกล่าวเป็นไปตามหลักเกณฑ์การค้าสากลที่ประกาศใช้แล้วในหลายประเทศ เช่น ยุโรป อเมริกา อินเดีย และเวียดนาม เป็นต้น มั่นใจจะช่วยสนับสนุนให้มีการลงทุนในไทยเพิ่มขึ้นเพราะเป็นการจัดการพวกชอบหลบเลี่ยงกฎหมาย ช่วยสร้างความเป็นธรรมทางการค้า” นายอดุลย์ กล่าว

