นายลักษณ์ วจนานวัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โครงการเอ็นจีวี มาร์เก็ตเพลส (NGV Marketplace) ตามแผนยุทธศาสตร์ยกระดับการเกษตร 4.0 เพื่อพัฒนาช่องทางการจำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัย ผ่านสถานีบริการก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) ของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และส่งเสริมให้มีการขับเคลื่อนดิจิทัล อีโคโนมี ด้วยการพัฒนาระบบสารสนเทศ เพื่อยกระดับเกษตรกรทั่วประเทศ ว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการเริ่มโครงข่ายโครงสร้างพื้นฐานรองรับทั้งด้านการขนส่ง คลังสินค้า และการเชื่อมโยงสินค้าระหว่างตลาดกลางสินค้าเกษตรทั่วภูมิภาค เริ่มต้นจากพื้นที่นำร่องเครือข่ายผู้บริโภคในเขต อ.บ้านบึง และ อ.เมือง จ.ชลบุรี อาทิ กรมทหารราบที่ 21 รอ. โรงงาน และสถาบันการศึกษาในเมืองบ้านสวน โดยใช้สถานีบริการเอ็นจีวี ปตท. เป็นจุดรองรับการจัดจำหน่ายสินค้าเกษตร ที่มีความปลอดภัยได้มาตรฐาน
นายลักษณ์ กล่าวว่า ยังสามารถรองรับความเชื่อมั่นของการผลิตได้ตลอดกระบวนการ โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเครื่องมือสำคัญ ตั้งแต่กระบวนการรับรอง ตามสอบ และจับคู่ซื้อขายสินค้า เพื่อให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงตลาดกลางได้ง่าย และเข้าถึงบริการภาครัฐได้โดยครบวงจร ทำให้ภาคเกษตรกรรมของไทยสามารถยกระดับขึ้นสู่การใช้ประโยชน์ดิจิทัล ลดข้อจำกัดการเข้าถึงตลาด ตลอดจนถึงสร้างวงจรเศรษฐกิจคู่ขนานโดยอาศัยกลไกตลาดกลางค้าสินค้าเกษตร สร้างการแข่งขันที่เท่าเทียมต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยตามเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี
” ในส่วนของกระทรวงฯได้มีการพัฒนาwww.DGT Farm.com เพื่อรวบรวมเกษตรกรที่ผลิตสินค้าเกษตรที่ปลอดภัย ผ่านการรับรองมาตรฐานจีเอพี และมาตรฐานเกษตรอินทรีย์เข้ามาไว้ในแพลตฟอร์มนี้ และได้มีการพัฒนาเพื่อใช้ในการจับคู่ธุรกิจ ระหว่างผู้ที่ต้องการสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพกับเกษตรกรที่ผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยได้โดยตรง ปัจจุบันมีเกษตรกรที่ผ่านการรับรองกว่า 1,000 ราย ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะเป็นการสร้างการน่าเชื่อถือให้กับผู้บริโภค อีกทั้งยังเป็นการเชื่อมโยงความต้องการซื้อของชุมชนที่มีขนาดใหญ่เข้ากับอุปทานสินค้าเกษตร ตามนโยบายตลาดนำการผลิต กระทรวงเกษตรฯจะมีการขยายผลการดำเนินการต่อไป และเชื่อว่าประเทศไทยจะมีโอกาสที่จะสามารถเป็นครัวของโลกได้ ” นายลักษณ์ กล่าว
นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การขับเคลื่อนสังคมและชุมชนเพื่อหยั่งรากสินค้าเกษตรมาตรฐานอย่างมั่นคงและยั่งยืน ถือเป็นหนึ่งในพันธกิจสำคัญตามนโยบายตลาดนำการผลิตที่ใช้ดิจิทัลเป็นกลไกขับเคลื่อนและสร้างการยอมรับต่อสาธารณชน เพื่อยกระดับการเกษตร ของประเทศไทยสู่ยุค 4.0 ตามเป้าหมายของยุทธศาสตร์ยกระดับการเกษตรดิจิทัล (ยุทธศาสตร์พระพิรุณ) ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความร่วมมือในโครงการ เอ็นจีวี มาร์เก็ตเพลส ว่า เป็นการมุ่งเน้นความสำคัญกับการพัฒนาและยกระดับเกษตรกร ซึ่งเป็นการเปิดพื้นที่มห้นำสินค้าทางการเกษตรมาจายในปั๊มเอ็นจีวี โดยได้มีการนำร่อง 1 แห่งในสาขาบ้านบึง จ.ราชบุรี หากมีผลตอบรับที่ดี ก็พร้อมที่จะขยายไปยังสาขาอื่น ๆ อีก 10 แห่ง ซึ่งยืนยันว่าเรื่องเงินไม่ใช่ปัจจัยหลักในการดำเนินการ แต่ต้องการที่จะช่วยเกษตรอย่างแท้จริง
“เราจะอาศัยกระบวนการใช้ ดิจิทัลแพลตฟอร์ม ส่งเสริมให้ประชาชนได้บริโภคสินค้าที่มีคุณภาพรวมถึงกระจายสินค้าทางกายภาพให้เกิดกลไกการขับเคลื่อน ซึ่งเรามีปั๊มเอ็นจีวีกว่า 400 แห่งแต่ก็ไม่สามารถทำได้ที่ทุก เพราะต้องดูถึงศักยภาพในการรองรับก่อน เพราะสินค้าพวกนี้เน่าเสียง่าย ต้องมีการค้าขายโดยเร็ว แและมีการเก็บรักษาคุณภาพไว้อย่างดี รวมถึงต้องดูในส่วนของปริมาณความต้องการของพื้นที่ชุมชนนั้น ๆ และปริมาณของซัพพลายที่มีมาป้อนให้เพียงพอด้วยถึงจะสามารถเกิดขึ้นได้”นายชาญศิลป์กล่าว
นายจักรวาล ตั้งประกอบ นายกเทศมนตรีเมืองบ้านสวน กล่าวว่า เทศบาลเมืองบ้านสวน มุ่งเน้นในเรื่องของการเสริมสร้างรายได้และผลประโยชน์ให้กับชุมชนและสังคมมาอย่างต่อเนื่อง โดยเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเอ็นจีวี มาร์เก็ตเพลส ในการสนับสนุนตลาดสินค้าเกษตร ด้วยการส่งเสริมให้โรงเรียนในพื้นที่รับซื้อวัตถุดิบสินค้าเกษตรปลอดภัยเพื่อประกอบอาหารให้นักเรียนบริโภคในราคาที่เป็นธรรม โดยตั้งเป้าหมายรับซื้อ 10 โรงเรียน ซึ่งมีจำนวนนักเรียนกว่า 5,000 คน เป็นการช่วยลดความผันผวนของราคาและยกระดับเกษตรกรให้ผลิตสินค้าปลอดภัย พัฒนาเศรษฐกิจไทยให้ยั่งยืน และที่สำคัญเป็นการส่งเสริมให้เยาวชนได้บริโภคอาหารปลอดภัยและมีพัฒนาการที่ดี

