นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์ กล่าว ภายหลังหารือกับนายนิคลาส โจฮานสัน ปลัดกระทรวงการค้าต่างประเทศของสวีเดน ว่า ได้หารือนโยบายการค้าการลงทุนและโอกาสการขยายความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ โดยเชิญชวนสวีเดนมาลงทุนในเขตระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่มีนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูงที่สวีเดนมีศักยภาพ อาทิ สาขาพลังงาน ยานยนต์ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งสวีเดนให้ความสนใจและเห็นถึงศักยภาพ ล่าสุดบริษัทสแกนเนีย (Scania) ของสวีเดนได้ตกลงเพิ่มการลงทุนเปิดโรงงานผลิตรถบรรทุกมาตรฐานยูโร 6 แห่งในไทย พร้อมโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยและพัฒนามูลค่า 800 ล้านบาท โดยใช้ไทยเป็นศูนย์กลางพัฒนาธุรกิจประจำภูมิภาคเอเชีย
นายบุณยฤทธิ์กล่าวว่า ภายหลังการเลือกตั้งของไทยในเดือนมีนาคม 2562 และการเลือกตั้งของสมาชิกรัฐสภาสหภาพยุโรปในเดือนพฤษภาคม 2562 สวีเดนคาดว่านโยบายการค้าและการเจรจาเอฟทีเอของทั้งสองฝ่ายจะชัดเจนมากขึ้น และสวีเดนหวังว่าจะมีการสานต่อการเจรจาเอฟทีเอ หลังจากที่หยุดชะงักไปได้ระยะหนึ่ง ทั้งนี้ นายนิคลาสเห็นด้วยกับแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมกับที่ไทยในฐานะประธานอาเซียนต้องการผลักดันให้อาเซียนให้ความสำคัญกับแนวคิดดังกล่าว
นายบุณยฤทธิ์กล่าวว่า สวีเดนแสดงความชื่นชมรัฐบาลไทยที่แก้ไขปัญหาการประมงผิดกฎหมาย อย่างจริงจังและต่อเนื่อง จนสหภาพยุโรปประกาศยกเลิกใบเหลืองแก่ไทย จะเป็นผลดีต่อการส่งออกอาหารทะเลของไทยไปตลาดยุโรป เนื่องจากเป็นเรื่องที่ผู้บริโภคชาวยุโรปให้ความสำคัญ นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องเร่งสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์การการค้าโลก เพื่อรักษาระบบการค้าพหุภาคีให้อยู่บนกฎเกณฑ์ที่เป็นธรรม และป้องกันสงครามทางการค้าระหว่างประเทศมหาอำนาจ ที่ส่งผลกระทบต่อสภาพการแข่งขันในระบบเศรษฐกิจและการค้าโลก
นายบุณยฤทธิ์กล่าวว่า ปี 2561 การค้ารวมระหว่างไทยและสวีเดน มีมูลค่า 1,160.42 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออกไปสวีเดน 480.92 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกสำคัญ เช่น วิทยุ รถยนต์ อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ เครื่องปรับอากาศ เป็นต้น และไทยนำเข้าสินค้าจากสวีเดน 579.50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เช่น เครื่องจักร กระดาษ ชิ้นส่วนเครื่องยนต์ เหล็ก โลหะ ยา และเครื่องมือทดลองวิทยาศาสตร์และการแพทย์ เป็นต้น โดยในปี 2561 นักท่องเที่ยวสวีเดนเดินทางมาไทยถึง 311,959 คน นำเงินเข้าประเทศกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ต้องการบริโภคสินค้าคุณภาพสูงและบริการทางสุขภาพ ซึ่งผู้ประกอบการไทยควรใช้โอกาสเป็นสะพานเชื่อมสัมพันธ์ทางการค้าเพื่อเจาะตลาดสวีเดนต่อไป
เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว


