นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางรายภาคสถานการณ์อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ 447 แห่ง โดยภาคเหนือ มีปริมาณน้ำในอ่างฯ รวมกัน 15,103 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 58% ของความจุอ่างฯ รวมกัน เป็นน้ำใช้การได้ 8,258 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 44% ของความจุอ่างฯ รวมกัน สามารถรับน้ำได้อีก 10,723 ล้านลูกบาศก์เมตร ,ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีปริมาณน้ำในอ่างฯ รวมกันทั้งสิ้น 4,254 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 41% ของความจุอ่างฯ รวมกันเป็นน้ำใช้การได้ 2,455 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 29% ของความจุอ่างฯ รวมกัน โดยอ่างสามารถรับน้ำได้อีก 6,113 ล้านลูกบาศก์เมตร
นายทองเปลว กล่าวว่า ภาคกลาง มีปริมาณน้ำในอ่างฯรวมกัน 604 ล้าน ลบ.ม. หรือ 34% ของความจุอ่างฯ รวมกัน เป็นน้ำใช้การได้ 520 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 32% ของความจุอ่างฯ รวมกัน และอ่างยังสามารถรับน้ำได้อีก 1,184 ล้านลูกบาศก์เมตร ภาคตะวันตก มีปริมาณน้ำในอ่างฯรวม 21,755 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 81% ของความจุอ่างฯ รวมกัน เป็นน้ำใช้การได้ 8,470 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 63% ของความจุอ่างฯ รวมกัน สามารถรับน้ำได้อีก 4,992 ล้านลูกบาศก์เมตร
นายทองเปลว กล่าวว่า ภาคตะวันออก มีปริมาณน้ำในอ่างฯรวมกัน 1,391 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 56% ของความจุอ่างฯ รวมกัน เป็นน้ำใช้การได้ 1,239 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 53% ของความจุอ่างฯ รวมกัน สามารถรับน้ำได้อีก 1,087 ล้านลูกบาศก์เมตร ,ภาคใต้ มีปริมาณน้ำในอ่างฯ รวมกัน 6,730 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 76% ของความจุอ่างฯ รวมกัน เป็นน้ำใช้การได้ 4,966 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 70% ของความจุอ่างฯ รวมกัน สามารถรับน้ำได้อีก 2,133 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำในอ่างฯ รวมกัน 49,837 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 66% ของความจุอ่างฯ รวมกัน เป็นน้ำใช้การได้ 25,908 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 50% ของความจุอ่างฯ รวมกัน สามารถรับน้ำได้อีก 26,231 ล้านลูกบาศก์เมตร
นายทองเปลว กล่าวว่า สำหรับ ลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก ปัจจุบัน มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 14,298 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 57% ของความจุอ่างฯ รวมกัน เป็นปริมาณน้ำใช้การได้ 7,602 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 42% ของความจุอ่างฯ รวมกัน และอ่างสามารถรับน้ำได้อีก 10,573 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา ในวันที่ 7 มีนาคม 2562 แม่น้ำปิง ปริมาณน้ำไหลผ่านที่สถานี P.17 อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ วัดได้ 156 ลูกบาศก์เมตร./วินาที ต่ำกว่าตลิ่ง 4.93 เมตร
นายทองเปลว กล่าวว่า แม่น้ำน่าน ปริมาณน้ำไหลผ่านที่สถานี N.67 อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ วัดได้ 173 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ปริมาณน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 8.70 เมตร แม่น้ำเจ้าพระยา ปริมาณน้ำไหลผ่านที่สถานี C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ วัดได้ 309 ลูกบาศก์เมตร./วินาที ต่ำกว่าตลิ่ง 8.15 เมตร แม่น้ำป่าสัก ระบายน้ำท้ายเขื่อนพระรามหก 14.82 ลูกบาศก์เมตร/วินาที อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำน้อยกว่าหรือเท่ากับ 30% ของความจุอ่าง มีจำนวน 3 แห่ง คือ อุบลรัตน์ อ่างเก็บน้ำกระเสียว และอ่างเก็บน้ำทับเสลาอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำระหว่าง 30 – 60% ของความจุอ่าง ปัจจุบัน (7 มีนาคม 2562) มีจำนวน 19 แห่ง อาทิ อ่างเก็บน้ำแม่กวงอุดมธารา และขุนด่านปราการชล เป็นต้น
นายทองเปลว กล่าวว่า ส่วนสภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลางทั้ง 412 แห่ง อ่างเก็บน้ำขนาดกลางที่มีปริมาณน้ำน้อยกว่าหรือเท่ากับ 30% มีจำนวน 89 แห่ง อ่างเก็บน้ำขนาดกลางที่มีปริมาณน้ำมากกว่า 30 – 60% มีจำนวน 175 แห่ง อ่างเก็บน้ำขนาดกลางที่มีปริมาณน้ำมากกว่า 60 – 100% มีจำนวน 147 แห่ง อ่างเก็บน้ำขนาดกลางที่มีปริมาณน้ำมากกว่า 100% มีจำนวน 1 แห่งกรม
นายทองเปลว กล่าวว่า กรมชลฯวางแผนการใช้น้ำจากโครงการชลประทานขนาดใหญ่และขนาดกลางทั้งประเทศในช่วงฤดูแล้งปี 2561/2562 ช่วงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 – 30 เมษายน 2562 โดยสถานการณ์น้ำ ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 มีปริมาตรน้ำต้นทุนสามารถใช้การได้ จำนวน 39,570 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยวางแผนจัดสรรน้ำทั้งประเทศจำนวน 23,100 ล้านลูกบาศก์เมตร ตามลำดับความสำคัญดังนี้ เพื่อการอุปโภค-บริโภค 2,404 ล้านลูกบาศก์เมตร รักษาระบบนิเวศน์และอื่นๆ 6,440 ล้านลูกบาศก์เมตร เกษตรกรรม 13,953 ล้านลูกบาศก์เมตร และอุตสาหกรรม 303 ล้านลูกบาศก์เมตร
นายทองเปลว กล่าวว่ากรมชลฯ ได้เตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง โดยระดมเครื่องสูบน้ำ จำนวน 1,851 กระจายไปตามพื้นที่ต่างๆ ดังนี้ ตามสำนักงานชลประทานต่างๆ จำนวน 1,151 เครื่อง สำรองไว้ที่ส่วนกลาง จำนวน 700 เครื่อง ทั้งนี้ ได้มีการระดมรถยนต์บรรทุกน้ำอีก 200 คัน ให้กระจายไปตามพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งตามภูมิภาค จำนวน 150 คัน และสำรองไว้ที่ส่วนกลาง จำนวน 50 คัน เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนให้มีน้ำสำหรับอุปโภค-บริโภคในช่วงฤดูแล้งอย่างเพียงพอ

