เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 8 มีนาคม นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประธานในพิธีพร้อม ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีฝ่ายบำรุงรักษา กรมชลประทาน นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม ผู้อำนวยการสำนักเครื่องจักรกล และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกัน “ปล่อยขบวนคาราวาน รถเครื่องจักรกล เครื่องสูบน้ำ รถบรรทุกน้ำ เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศไทย ซึ่งคาดว่าจะประสบภัยแล้ง” ที่สนามฟุตบอล กรมชลประทาน อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
นายอนันต์ เปิดเผยว่า วันนี้ได้เป็นตัวแทนกระทรวงเกษตรฯได้มาปล่อยขบวนรถน้ำและรถเครื่องจักรกลในการลงพื้นที่เสี่ยงที่จะประสบภัยแล้งในหลายพื้นที่ของแต่ละจังหวัดเพื่อช่วยเหลือพี่-น้อง ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ตามนโยบายของทางรัฐบาล ซึ่งได้มอบหมายให้กระทรวงเกษตรเป็นหน่วยงานหลักในการเข้าดูแลและบูรณาการร่วมกันกับทุกภาคส่วน จากข้อมูลแจ้งมาว่าปีนี้จะมีสภาวะของอุหภูมิที่สูงขึ้นกว่าปกติและภัยแล้งที่มาเร็วกว่ากำหนด ทางกรมชลฯจึงร่วมกับกระทรวงเกษตรฯวางแผนบูรณาการจัดการบริหารน้ำร่วมกันมาโดยตลอด และสั่งการให้เกษตรจังหวัดทุกพื้นที่ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงของภัยแล้ง รายงานข้อมูลของสภาวะในแต่ละพื้นที่เข้ามายังส่วนกลางทุกวันจันทร์ให้นายกรัฐมนตรีทราบ ซึ่งวันนี้เป็นการคิกออฟปล่อยขบวนคาราวานรถเครื่องจักรกล เครื่องสูบน้ำและรถน้ำ ในการแก้ภัยลงพื้นที่ไปแล้ว และต่อไปจะรายงานเหตุการณ์ในพื้นที่ให้ทางส่วนกลางทราบทุกระยะ
ดร.ทองเปลวกล่าวว่า การจัดกิจกรรมในวันนี้ เป็นการเตรียมความพร้อมในการป้องกันและบรรเทาภัยแล้ง ตามนโยบายของนายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการร่วมกันในการป้องกันและบรรเทาแก้ไขปัญหาภัยแล้งที่อาจจะเกิดขึ้น โดยกรมชลประทานได้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ภัยแล้งมาโดยตลอด และได้ดำเนินการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ต่างๆ ให้เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ ทั้งยังเตรียมพร้อมเครื่องมือ เครื่องจักรกล ในการเข้าช่วยเหลือหากเกิดสภาวะขาดแคลนน้ำในทุกพื้นที่ ซึ่งครั้งนี้เป็นการปล่อยขบวนคาราวานเครื่องมือ เครื่องจักร อาทิ รถบรรทุกน้ำและเครื่องสูบน้ำ เครื่องจักรกลอื่นๆ จากสำนักเครื่องจักรกลส่วนกลาง เข้าสนับสนุนพื้นที่เพิ่มเติม โดยจัดส่งเครื่องสูบน้ำจำนวน 1,935 เครื่อง รถสูบน้ำจำนวน 258 คัน เครื่องผลักดันน้ำจำนวน 527 เครื่อง รถขุดจำนวน 499 คัน เรือขุดจำนวน 69 ลำ รถบรรทุกจำนวน 511 คัน รถบรรทุกน้ำจำนวน 106 คัน รถแทรกเตอร์จำนวน 565 คัน เครื่องจักรกลสนับสนุนอื่นๆ อีก 373 เครื่อง และสะพานเหล็กแบบถอดประกอบได้ยาว 44 เมตร จำนวน 7 อัน พร้อมเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการตามพื้นที่ซึ่งคาดว่ามีแนวโน้มที่จะประสบภัยแล้งที่กำลังจะมาถึงนี้ เนื่องจากสภาพภูมิอากาศโดยทั่วไปอาจจะมีความร้อนขึ้นสูงได้ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพทันถ่วงทีในการช่วยเหลือประชาชนได้ดีมากยิ่งขึ้น



