นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) เปิดเผยว่า เท่าที่ติดตามการหาเสียงของพรรคการเมืองต่างๆ ขณะนี้มั่นใจว่ารัฐบาลใหม่สานต่อโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ โดยล่าสุด พ.ร.บ.การจัดประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ประกาศในราชกิจจานุเบกษาตั้งแต่เมื่อวันที่ 3 มีนาคม และมีผลบังคับใช้แล้ว ทำให้การดำเนินนโยบายสวัสดิการ มีกฎหมายรองรับที่แน่ชัด ดังนั้นจึงเชื่อว่าไม่ว่าพรรคไหนจะมาเป็นรัฐบาล การให้สวัสดิการแก่ผู้มีรายได้น้อยจะดำเนินการต่อไป
นายลวรณ กล่าวว่า ขณะนี้ในเรื่องสวัสดิการผู้มีรายได้น้อยใช้เงินประมาณ 3-4 พันบาทต่อเดือน หรือปีละ 3-4 หมื่นล้านบาท ในระดับดังกล่าวถือว่าไม่เป็นภาระต่อประชาชน โดยสวัสดิการบางตัวหมดอายุในเดือนเมษายน และบางตัวหมดอายุในเดือนกันยายน 2562 ดังนั้น หลังจากนี้คงขึ้นอยู่กับรัฐบาลใหม่ว่าจะให้ดำเนินการสวัสดิการตัวไหนต่อ และจะมีสวัสดิการอะไรเพิ่มเติมหรือไม่
นายลวรณกล่าวต่อว่า ทั้งนี้เมื่อวันที่ 8 มีนาคม สศค.ลงนามบันทึกข้อตกลง(เอ็มโอยู) กับคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในโครงการวิจัย เรื่องออกแบบพัฒนา และเพิ่มประสิทธิภาพโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ โดยจุฬาจะใช้เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมมาวิเคราะห์ว่า ควรจะมีการลงทะเบียนอย่างไร ให้สวัสดิการอะไร เพื่อให้ตรงจุดและตรงกับความต้องการผู้มีรายได้น้อย โดยคาดว่าผลการศึกษาจุฬาแล้วเสร็จภายใน 3-4 เดือนข้างหน้า ทันกับที่รัฐบาลใหม่เข้ามาและเปิดให้ลงทะเบียนรอบใหม่พอดี
“จุฬาฯจะใช้ข้อมูลผู้ลงทะเบียนรอบก่อนหน้านี้ 14.5 ล้านรายมาวิเคราะห์ เพื่อให้ทราบว่าควรลงทะเบียนอย่างไร ควรให้สวัสดิการอะไรบ้าง เพื่อเป็นการใช้เงินใช้งบประมาณให้ตรงจุด มีประโยชน์ที่สุด เช่น ให้สวัสดิการสำหรับประชาชนรายภาค เพราะแต่ละภาคมีความต้องการสวัสดิการไม่เหมือนกัน เช่นคนในกทม.ใช้รถขสมก คนต่างจังหวัดใช้รถไฟ รถบขส.เป็นต้น”นายลวรณ กล่าว
นายลวรณกล่าวว่า ในการลงทะเบียนรอบใหม่จะมีการปรับเงื่อนไขบางประกาศ เช่น รายได้จากเดิมกำหนดเป็นต่อหัวไม่เกิน 1 แสนบาทต่อปี เปลี่ยนเป็นรายได้ของครอบครัวแทน เพราะบางคน เช่น แม่บ้านได้รับเงินจากสามีมีฐานะไม่ควรได้รับบัตรสวัสดิการ โดยการประเมินรายได้เป็นรายครอบครัว กำลังดูว่าจะกำหนดครอบครัวอย่างไร เช่น บุตรที่ไม่บรรลุนิติภาวะ ถ้าเป็นบุตรที่บรรลุนิติภาวะแล้วจะถือว่าเป็นครอบครัวใหม่เป็นต้น
เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว


