นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจในประเทศไทยปี 2562 มองว่าน่าจะดีขึ้น แต่อาจจะไม่ได้ขยายตัวมากเท่าปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะเศรษฐกิจในต่างจังหวัด และประชาชนรากหญ้าที่จะได้รับโอกาสในการช่วยเหลือที่มากขึ้น เนื่องจากรัฐบาลชุดใหม่ที่เข้ามาจะมีการดูแลเรื่องความเป็นอยู่ของประชาชนรากหญ้ามากขึ้น รวมถึงในช่วงนี้เป็นช่วงการหาเสียง ทำให้พบว่ามีหลายพรรคการเมืองที่มีนโยบายดูแลเรื่องคุณภาพชีวิตของประชาชนฐานราก จึงมีหลายอย่างที่จะลงไปช่วยรากหญ้ามากขึ้น เพราะที่ผ่านมามีปัญหาจากรากหญ้าจนทำให้การพัฒนายังไม่มีความเสถียร รวมถึงคาดว่าสินค้าเกษตรจะมีราคาดีขึ้น เพราะมีหลายพรรคที่รับประกันราคาสินค้าเกษตรหลายชนิด ซึ่งมองว่าพรรคเหล่านั้นต้องทำให้ได้อย่างที่พูด เพราะจะเป็นส่วนทำให้สินค้าเกษตรเกิดการปรับราคาเพิ่มขึ้น อาทิ ข้าว ยาง ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง ซึ่งถึงแม้ว่าในขณะนี้ข้าวจะปรับราคาดีขึ้นแล้ว แต่ต้องปรับขึ้นอีก รวมถึงสินค้าเกษตรชนิดอื่นๆ ด้วย โดยหากราคาสินค้าเกษตรดีขึ้น เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น ก็จะเป็นส่วนทำให้คุณภาพชีวิตของรากหญ้าดีขึ้น ถึงแม้ตัวเลขจีดีพีอาจจะไม่ได้ขยายตัวดีมากเท่าปีที่ผ่านมา แต่เชื่อว่าเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคจะดีขึ้น และหนี้ครัวเรือนของประชาชนจะลดลง
“โครงการขนาดใหญ่ของรัฐที่มีจำนวนหลายโครงการจะส่งผลทำให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในประเทศมากขึ้น รวมถึงโครงการอีอีซี ที่ไม่ว่าใครจะเข้ามาเป็นรัฐบาลก็ต้องเดินหน้าเพื่อสานต่อโครงการนี้ เพราะแผนดำเนินงานทุกอย่างทำไว้เสร็จสิ้นแล้ว ทำให้ถึงแม้จีดีพีรวมจะไม่ได้สูงเทียบเท่าปีที่ผ่านมา เงินเฟ้ออาจจะสูงขึ้นเล็กน้อย แต่ความรู้สึกของประชาชนในด้านเศรษฐกิจจะดีขึ้น”นายสุพันธุ์กล่าว
นายสุพันธุ์ กล่าวว่า อยากให้ภาครัฐช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีขนาดเล็กและกลางให้มากขึ้น เพราะเป็นกลุ่มผู้ประกอบการที่มีศักยภาพและสามารถขยายตัวได้ในอนาคต โดยการที่เอ็กซิมแบงก์จะมีการขยายสาขาไปในกลุ่มประเทศ CLMV เพื่อขยายฐานลูกค้าเพิ่มมากขึ้น มองว่าจะเป็นส่วนช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้มีสินเชื้อสำรองเพิ่มขึ้น และทำให้เกิดการค้าขายจับคู่ระหว่างธุรกิจเดียวกันได้ง่ายมากกว่าเดิม แต่ยังติดปัญหาเล็กน้อย เพราะกัมพูชายังมีเรื่องการหนีภาษีที่ยังแก้ไขไม่ได้ ทำให้ส่งผลกระทบกับการนำเข้าหรือส่งออกพอสมควร
“การเปลี่ยนผ่านรัฐบาลอาจทำให้เกิดการชะงักของการอนุมัติงบประมาณในการลงทุนของโครงการขนาดใหญ่ที่ภาครัฐได้วางแผนไว้บ้างเล็กน้อย ตามที่ภาคเอกชนหลายฝ่ายเริ่มแสดงความกังวลมากพอสมควร แต่เชื่อว่าจะชะงักไม่นาน เพราะจากรายชื่อสมาชิกพรรคการเมืองพบว่า ส่วนใหญ่เป็นหน้าเดิมและมีประสบการณ์ในการทำงานด้านนี้อยู่แล้ว ทำให้คาดว่าหลังจากผ่านการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ และคัดเลือกคณะทำงานเสร็จสิ้นแล้วจะเป็นช่วงที่เศรษฐกิจดีขึ้นได้ ถ้าหากไม่มีเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองตามมา โดยหากไม่ปัญหาใดขึ้นเชื่อวาสภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตาต่างชาติจะดีขึ้น และจะได้รับการยอมรับมากขึ้น”นายสุพันธุ์กล่าว

