สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยสภาพตลาดกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ เดือนมกราคม 2562 ว่ามีสัดส่วนผู้รับชมทีวีดิจิทัล อยู่ที่ 89.33% ขณะที่สัดส่วนผู้รับชมเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียม อยู่ที่ 10.67% ทั้งนี้ พบว่าผู้อาศัยอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล มีสัดส่วนการรับชมทีวีดิจิทัล อยู่ที่ 94.69% ซึ่งมากกว่าการรับชมทีวีดิจิทัลของผู้อาศัยอยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด อยู่ที่ 88.23%

ขณะที่มูลค่าโฆษณาในกิจการทีวีดิจิทัล อยู่ที่ 4,667 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากเดือนธันวาคม 2561 อยู่ที่ 913 ล้านบาท และเมื่อเทียบมูลค่าโฆษณาของเดือนมกราคม 2562 กับช่วงเดียวกันกับปีก่อน พบว่ามีมูลค่าลดลง 139 ล้านบาท ทั้งนี้ หากแบ่งตามหมวดหมู่ของช่องรายการ พบว่าการโฆษณาของช่องสาธารณะมีมูลค่า 261 ล้านบาท, ช่องข่าวสารและสาระ 206 ล้านบาท, ช่องเด็ก เยาวชน และครอบครัว 46 ล้านบาท, ช่องความคมชัดปกติ (เอสดี) 1,285 ล้านบาท และช่องความคมชัดสูง (เอชดี) 2,869 ล้านบาท
สำหรับช่องรายการที่ได้รับความนิยม (เรตติ้ง) สูงสุด 10 อันดับแรก ยังคงเป็นกลุ่มช่องรายการเดิมที่ได้รับความนิยมจากเดือนก่อนหน้า ได้แก่ ช่อง 7 (7เอชดี), ช่อง 3 (3เอชดี), ช่องโมโน 29, ช่องเวิร์คพอยต์ทีวี, ช่องไทยรัฐทีวี, ช่องวัน, ช่อง 8, ช่อง 3เอสดี, ช่องอมรินทร์ทีวี เอชดี และช่องนาว 26 ทั้งนี้ มีช่อง 7 และช่องไทยรัฐทีวี ที่มีเรตติ้งเพิ่มสูงขึ้น

โดยช่อง 7 มีเรตติ้งเพิ่มขึ้น 0.066 ส่งผลให้เรตติ้งเฉลี่ยของช่องในเดือนมกราคม 2562 นำห่างช่อง 3 ที่มีเรตติ้งลดลงจากเดือนก่อนหน้า ซึ่งเกิดจากปัจจัยของละครเย็น และละครหลังข่าว ที่ได้รับความนิยมสูงขึ้น รวมถึงมีการถ่ายทอดสดฟุตบอลเอเอฟซี เอเชี่ยนคัพ 2019 และเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ ที่ได้รับความนิยมจากฐานคนดูทั่วประเทศ
ขณะที่ ช่องไทยรัฐทีวี มีเรตติ้งเพิ่มขึ้น 0.088 ส่งผลให้เรตติ้งเฉลี่ยของช่องในเดือนมกราคม 2562 ขยับจากอันดับ 7 ขึ้นเป็นอันดับ 5 ทิ้งห่างช่องวัน และช่อง 8 ได้อีกครั้ง โดยรายการที่ได้รับความนิยมคือ ไทยรัฐนิวโชว์ โดยเฉพาะช่วงที่มีการถ่ายทอดสดพิธีพระราชทานเพลิงหลวงพ่อคูณ ในวันที่ 29 มกราคม 2562 ที่มีเรตติ้งสูงถึง 3.091

สำหรับสภาพตลาดกิจการกระจายเสียง มีผู้รับฟังวิทยุในระบบเอฟ.เอ็ม จำนวน 40 สถานี จากทุกช่องทาง เช่น เครื่องรับวิทยุ โทรศัพท์เคลื่อนที่ แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล อยู่ที่ 10,468,000 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2561 ประมาณ 11,000 คน หรือคิดเป็น 0.1%
ทั้งนี้ ผู้คนส่วนใหญ่นิยมรับฟังวิทยุที่บ้าน 53.46% ในรถ 37.41% ที่ทำงาน 8.53% และอื่นๆ 0.60% และพบว่าส่วนใหญ่รับฟังวิทยุผ่านเครื่องรับวิทยุ 73.56% ทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ 25.43% และผ่านคอมพิวเตอร์ 1.01%
ขณะที่มูลค่าโฆษณาผ่านสถานีวิทยุระบบเอฟ.เอ็ม ในกรุงเทพฯและปริมณฑล จำนวน 36 สถานี มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 321,717,000 บาท ลดลงจากเดือนก่อนประมาณ 117 ล้านบาท ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบเดือนมกราคม 2562 กับช่วงเดียวกันกับปีก่อนพบว่า มีมูลค่าเพิ่มขึ้นประมาณ 3 ล้านบาท
เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว


